วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พ.ศ.2555 ปีนี้ พระโคกินหญ้า น้ำท่าบริบูรณ์

          พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญปีนี้ พระโคเลือกกินหญ้า ทำนายว่า น้ำท่าบริบูรณ์พอควร เลือกหยิบผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง


           ในวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันพืชมงคลนี้ ถือได้ว่าเป็นวันสำคัญอีกหนึ่งวันของประเทศไทย เพื่อระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรที่มีต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากประเทศไทยบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก จึงอาจกล่าวได้ว่าวิถีชีวิตคนไทยนับแต่อดีตเป็นสังคมเกษตรกรรม ดังนั้น สังคมจึงให้ความสำคัญกับการเคารพธรรมชาติ ทำให้มีพิธีกรรมและความเชื่อต่าง ๆ มากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึง "พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ"


           สำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2555 นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการประกอบพระราชพิธี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกรที่ประกอบอาชีพทำนา


- ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนาปีนี้ คือ นายศุภชัย บานพับทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- เทพีคู่หาบทองได้แก่  น.ส.ศิริลักษณ์ สมสกุล นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการกรมชลประทาน และ น.ส.เจษฎาภรณ์ สถาปัตยานนท์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ กรมส่งเสริมสหกรณ์
เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ น.ส.สุมาลี จำเริญ นิติกรปฏิบัติการ กรมปศุสัตว์ และ น.ส.สุวิสาข์ เกตุอินทร์ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการเกษตร
พระโคแรกนา และพระโคเสี่ยงทาย ได้แก่ พระโคฟ้าและพระโคใส
- พระโคสำรองได้แก่ พระโคเทิดและพระโคทูน  


           สำหรับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในวันนี้ (9 พฤษภาคม) เป็นพิธีพราหมณ์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นพิธีเริ่มต้นการไถนาเพื่อหว่านเมล็ดข้าว และเป็นสัญญาณว่าฤดูกาลแห่งการทำนาและเพาะปลูกได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยจะมีการเสี่ยงทายผ้านุ่ง เพื่อทำนายการทำเกษตรกรรมในปีนั้น ๆ ว่า เป็นอย่างไร น้ำจะอุดมสมบูรณ์หรือไม่ โดยผ้านุ่งซึ่งพระยาแรกนาตั้งสัตยาธิษฐานหยิบนั้นเป็นผ้าลายมีด้วยกัน 3 ผืน คือ หกคืบ ห้าคืบ และสี่คืบ ผ้านุ่งนี้จะวางเรียงบนโตกมีผ้าคลุมเพื่อให้พระยาแรกนาขวัญหยิบ ถ้าหยิบได้ผืนใดก็จะมีคำทำนายไปตามกันคือ


            ถ้าหยิบผ้าได้ 4 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้างได้ผลไม่เต็มที่
            ถ้าหยิบได้ผ้า 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี
            ถ้าหยิบได้ผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอน จะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่


พระราชพิธีพืชมงคล 2555


           ส่วนการเสี่ยงทายของพระโคในพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จะมีอาหารเสี่ยงทาย 7 อย่าง ประกอบด้วย ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเขียว งา เหล้า น้ำ และหญ้า ถ้าพระโคกินสิ่งใดก็จะมีคำทำนายไปตามนั้นคือ 


            ถ้าพระโคกินข้าวหรือข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี
            ถ้าพระโคกินถั่วหรืองา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี
            ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควรธัญญาหารผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์
            ถ้าพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมจะสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง


           นอกจากนี้ พันธุ์ข้าวพระราชทานที่เตรียมไว้ในพระราชพิธีมี จำนวน 10 พันธุ์ ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ


           1. ข้าวไร่ 3 พันธุ์ จำนวน 122 กิโลกรัม ได้แก่ ดอกพยอม, ซิวแม่จัน, ข้าวเหนียวดำพันธุ์ลืมผัว
           2. ข้าวนาสวน 7 สายพันธุ์ จำนวน 778 กิโลกรัม ได้แก่ ปทุมธานี 1, กข 47, กข 31 หรือปทุมธานี 80, สุพรรณบุรี 1, ขาวดอกมะลิ 105, กข 6 และ กข 45 หรือหอมปราจีนบุรี


พระราชพิธีพืชมงคล 2555


           ส่วนผลการเสี่ยงทายการทำเกษตรกรรมปีนี้ พระโคเลือกกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควรธัญญาหารผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ แต่เลือกหยิบผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอน จะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่
ขอขอบคุณ : kapook.com

วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

คลิป เรื่องจริงผ่านจอ เปิดคำทำทายหมอดูก้องโลก หมอดู ET แห่งพม่า ฉบับ Uncenser 1

คลิป เรื่องจริงผ่านจอ เปิดคำทำทายหมอดูก้องโลก หมอดู ET แห่งพม่า ฉบับ Uncenser 1
เรื่องประเทศไทยกับภัยพิบัติ ที่ถูกเชื่อมโยงกับวันสิ้นโลก ปี 2012


โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม อดใจรอคลิปหน้า เร็ว ๆ นี้

ขอขอบคุณ : รายการเรื่องจริงผ่านจอ ,

วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555

หมอลักษณ์ ฟันธง ! แผ่นดินลุกเป็นไฟ กันยา ตุลา หนักกว่าเมษา ที่ผ่านมา !


หมอดูชื่อดังฟันธง แผ่นดินลุกเป็นไฟ ดวงเมืองแตก เสี่ยงนองเลือดหนัก ชี้เดือนกันยายน-ตุลาคม ซ้ำรอยเดือนเมษายนเลือด แต่หนักและน่ากลัวกว่าเป็นร้อยเท่า...

สยองพองขนกันไปตามๆ กัน เมื่อหมอลักษณ์ เรขานิเทศ ออกมาโพสต์ข้อความถอดรหัสในเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ โหรฟันธง ลักษณ์ เรขานิเทศถึง ปรากฏการณ์ “แผ่นดินลุกเป็นไฟ” ที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่ขณะนี้ ในมุมมองโหราศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของดวงดาวด้วย ไทยรัฐออนไลน์สอบถามโหรชื่อดังยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความเตือน เพราะเป็นห่วงบ้านเมืองว่าจะมีเหตุการณ์นองเลือดและมีความขัดแย้งกันมากมายกว่าเดือนเมษายนที่ผ่านมา


“ปรากฏการณ์ที่เกิด “แผ่นดินลุกเป็นไฟ” ที่เมืองพิษณุโลกสองแคว ซึ่งเมืองนี้ถือว่าเป็นเมืองลูกหลวงในประวัติศาสตร์ นับว่ากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี วัดพนัญเชิงก็มีความสำคัญ เมื่อคราวที่เราจะเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ให้กับพม่า ปรากฏว่ามีน้ำไหลออกมาจากพระเนตรขององค์หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง แต่คราวนี้เกิดพระเพลิงเผาทำลายหอที่เก็บพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ แล้วยังถูกขโมยไปบางส่วนก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ดูแล้วมีการกัดกร่อนไปในดวงจิตของชาวพุทธ สะเทือนไหวอย่างซึมลึก เทวดาที่รักษาพระพุทธศาสนา รักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รักษาสิ่งที่เป็นมงคลสมบัติของชาติไปอยู่ที่ไหนและผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นเหตุที่กำลังจะมีอะไรเป็นเครื่องเตือนภัยให้กับคนไทยในมุมประวัติศาสตร์ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องระดมความรู้ความคิด ตรวจสอบ แล้วฟันธงให้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมือง ดวงพระวิญญาณของอดีตบูรพกษัตรากษัตรี บรรพชนกำลังบอกอะไร"

หมอลักษณ์ ทำนายว่า มุมของชะตาเมือง เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า ดวงชะตาเมืองในขณะนี้ ดาวอังคาร (๓) ซึ่งเป็นดาวตัวแทนของดวงเมือง โคจรอยู่ในราศีสิงห์เป็นพินทุบาทว์ ได้เกณฑ์ว่า “รวิภุมมะทั้งโสรา ปัญจะแก่ลัคนา พุธเก้า จันทร์กับชีวาเป็นแปด ศุกร์เจ็ดอาจารย์เจ้าว่าร้อนนิรันดร์” บ้านเมืองกำลังร้อนเป็นไฟตามชะตาเมือง จริงๆ แล้วตั้งแต่ วันที่ 13 เมษายน วันมหาสงกรานต์ ดาวอาทิตย์ (๑) โคจรเข้าทับชะตาเมือง แต่ก็ยังมี ดาวพฤหัสบดี (๕) เทพแห่งคุณธรรม ความดี บุญกุศล ยังคุ้มชะตาเมือง แต่ถ้าเกิดผ่านพ้นจาก วันที่ 15 พฤษภาคม ไปแล้วเล่า ดาวพฤหัสบดีซึ่งทับชะตาเมืองคุ้มชะตาเมือง โคจรยกเข้าสู่ราศีพฤษภ ย้ายหนีชะตาเมือง อะไรจะเกิดขึ้น ??? แล้ว ดาวเสาร์ (๗ ที่โคจรยกจากราศีตุลย์เข้ามาสู่ราศีกันย์เป็นอริกับชะตาเมือง ดาวเสาร์คือดาวธาตุไฟ ดาวเสาร์คือเหตุเภทภัย แต่ก็ยังมีมุมของความเป็นสิริมงคลที่จะเกิดขึ้นจากเรื่องของดาวเสาร์นี้ด้วยประการหนึ่ง เดี๋ยวจะกล่าวถึงในช่วงท้ายๆ

ดังนั้นในห้วงเวลาตั้งแต่ วันที่ 15 พฤษภาคม ไปจนถึงประมาณ วันที่ 7 กันยายน ที่ ดาวพฤหัสบดี (๕) ย้ายราศี จากราศีเมษไปสู่ราศีพฤษภ พ้นจากชะตาเมือง และ ดาวเสาร์ (๗) โคจรอยู่ในราศีกันย์ไปจนถึงวันที่ 7 กันยายน จากนั้นจะยกย้ายเข้าสู่ราศีตุลย์ เล็งชะตาเมืองอีกครา เป็นจุดจังหวะที่น่ากลัว แล้วจะค่อยๆ น่ากลัวมากยิ่งขึ้น เมื่อดาวเสาร์ยกย้ายในเดือนกันยายน

“ฉะนั้น เดือนกันยายน บวกลบ 1 เดือน เป็นห้วงช่วงเวลาที่น่ากลัว คล้ายๆ กับเดือนเมษายนที่ผ่านมานี่แหละ แล้วน่ากลัวกว่าเป็นร้อยเท่าพันทวี ที่สำคัญในห้วงช่วงปลายปีนี้ วันที่ 10 ธันวาคม ดาวราหู (๘) จะยกย้ายจากราศีพิจิกเข้าสู่ราศีตุลย์ แล้วดาวราหูดวงนี้ก็ถือว่าเป็นคู่มิตรใหญ่กับดาวเสาร์ “เสาร์กับราหูเป็นมิตรต่อกัน” ดาวเสาร์กับดาวราหูที่จะยกเข้าสู่ราศีตุลย์ ดาวเสาร์ยกมาตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน ดาวราหูยกเข้ามาวันที่ 10 ธันวาคม มาร่วมกันอยู่ในราศีตุลย์ แล้วเล็งชะตาเมือง ตั้งแต่บัดนั้นไปประมาณ 1 ปีครึ่งเป็นอย่างต่ำ 2 ปีเป็นอย่างมาก ในห้วงเวลาที่ได้รับอิทธิพลนี้ จะเป็นห้วงเวลาที่โหรานุโหร คือผู้ที่ศึกษาโหราวิชาโหราศาสตร์ จะต้องสรุปรวมกันแล้วฟันธงว่า “ดวงชะตาเมืองแตก” เรียกว่า “ดวงแตก” ถ้าเป็นดวงชะตาบุคคล ก็ถือว่าเข้าสู่การแตกดับ ถ้าเป็นดวงชะตาเมืองก็ถือว่าเป็นดวงที่มีจุดของการเกิดวิกฤติที่น่ากลัวอย่างรุนแรงในทุกด้านทุกกรณี ทั้งภัยอันเกิดขึ้นจากธรรมชาติ ภัยอันเกิดขึ้นจากมนุษย์

หมอจอมฟันธง กล่าวถึงวิธีการแก้ไขด้วยว่า ในทางโหราศาสตร์ฝ่ายพิธีกรรม ก็มีเรื่องราวหรือข้อมูลที่จะใช้ไว้เพื่อสำหรับการแก้ไข สำหรับการปัดเป่าภัยพิบัติหรือโพยภัย ภยันอันตรายต่างๆ ในทางโหราศาสตร์มีภาคพิธีกรรมคือพิธีนพเคราะห์ มีความเชื่อว่า ดาวทุกดวง คือเทวดาหรือเทพยดาผู้มีฤทธิ์ ดังนั้นการที่จะให้ท่านประสิทธิ์พระพรอันเป็นมงคล คุ้มครองโพยภัย เทวดาฟังธรรมจากองค์พระสัมมาเป็นสัมมาทิฏฐิ จึงจะต้องมีการเจริญมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ อันเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา พระพุทธมนต์ที่ว่าคือ พุทธมนต์พระปริตร แปลว่ามนต์ที่ใช้คุ้มครอง แต่ต้องทำไปโดยองค์แห่งความรู้และเข้าใจร่วมระหว่างผู้ปฏิบัติในฝ่ายพิธีกรรม คือฝ่ายโหร ฝ่ายพราหมณ์ ฝ่ายศาสนพิธี คือสงฆ์ และฝ่ายประชาชนผู้ร่วมพิธี อันประกอบด้วยศรัทธา

“แต่ไม่ใช่สักแต่ว่าทำตามประเพณี ทำเพื่อสะเดาะเคราะห์ ทำอย่างนั้นทำไม่ได้ โบราณกาลก่อน ยามเกิดเหตุเภทภัย เกิดสุริยคราส จันทรคราส เกิดแผ่นดินไหว เกิดไฟไหม้ เจ้าพระคุณขุนหลวงหรือพระเจ้าแผ่นดินแต่กาลก่อน จะขึ้นหอพระ ทรงศีล สวดมนต์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ แสดงว่าความเป็นชาติ ได้มีพระบารมีของพระมหากษัตรากษัตรี พระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งเป็นต้นเป็นหลัก นำประชาชนประกอบสิ่งที่เป็นมงคล ในส่วนของพุทธจักร มีพระสงฆ์เจริญมหาพุทธมนต์ และทำแบบนี้กันทั้งประเทศเขตขัณฑ์ ประชาชนทั่วไป ชาวบ้านต่างๆก็เข้าวัด รักษาศีล สวดมนต์ พระคุณเจ้าก็จะเจริญชัยมงคลคาถา มนต์พระปริตร ทำน้ำมหาพุทธมนต์ ประพรม เหมือนเมื่อครั้งเกิดเหตุเภทภัยที่เมืองเวสาลีในสมัยพุทธกาล แล้วพระพุทธองค์ก็เสด็จเข้าไปกลางเมืองนั้น นำคณะสงฆ์ทำน้ำพระพุทธมนต์พระปริตร ประพรมไปทั่วทั้งเมือง เหตุเภทภัยต่างๆ ก็มลายหายไป”

อ่านคำทำนายเต็มๆ ได้ที่ www.facebook.com/lucklive
หรือค้นหาคำว่า โหรฟันธง ลักษณ์ เรขานิเทศ ในเฟซบุ๊ก

ขอขอบคุณ : ไทยรัฐออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

แม่น้องปอย ชี้แจง ยันไม่เคยทำนายเกาะภูเก็ตจม โวยเด็กโพสต์มั่ว


ภูเก็ต 18 เม.ย.-ที่ห้องประชุมศูนย์ข่าวภูเก็ต สำนักงานประชาสัมพันธ์ภูเก็ต นางสุวภัทร เพชรรัตน์ อายุ 44 ปี แม่ของ “ปอย ตรีชฎา” ดารา-นางแบบสาวประเภทสองชื่อดัง แถลงข่าวปฏิเสธไม่รู้เห็นกรณีมีการโพสต์ข้อมูลในโซเชียล เน็ตเวิร์ก แอบอ้างชื่อตนเป็นหนึ่งในร่างทรง “ย่ามุก-ย่าจัน” ที่ทำนายว่าเกาะภูเก็ตจะจมหายเนื่องจากเกิดภัยธรรมชาติ หลังเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งใน จ.ภูเก็ต

นางสุวภัทรกล่าวว่า ไม่เคยรู้จักกับผู้โพสต์ข้อมูลดังกล่าวซึ่งทราบว่าเป็นเด็กผู้หญิง และไม่ทราบเหตุผลที่นำชื่อของตนไปอ้าง เด็กหญิงคนดังกล่าวอาจไม่ได้คิดถึงผลกระทบที่จะตามมาจากการโพสต์ข้อความดังกล่าว ซึ่งไม่มีมูลความจริงเลย จึงอยากให้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงและขอโทษคนภูเก็ตด้วย ส่วนคนที่นำข้อมูลไปแชร์ ขอให้หยุดเสีย เพราะส่งผลกระทบต่อภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว ที่ออกมาพูดวันนี้ไม่ได้เป็นการสร้างกระแส เพราะน้องปอยก็มีงานทำอยู่แล้ว ส่วนตัวเองก็ไม่เคยเปิดเผยว่าเป็นแม่ของน้องปอย และยังทำงานใช้ชีวิตตามปกติ.
ขอขอบคุณ : สำนักข่าวไทย

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2555

โหรดังเตือน สงกรานต์เลือด! ปีนี้มีเกณฑ์เกิดความรุนแรงสูง

          โหรชื่อดังทำนายนางสงกรานต์ "กิมิทาเทวี" ดุ-แรง ถืออาวุธประหารคนชั่ว แผ่นดินนองเลือด ชี้ภายในปีนี้จะเกิดชุมนุมใหญ่ไล่รัฐบาลลุแก่อำนาจ หลัง 21 เม.ย. กองทัพเข้มแข็งเป็นที่พึ่งได้

           นายกรหริศ บัวสรวง โหราจารย์ชื่อดัง เปิดเผยว่า วันมหาสงกรานต์ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 13 เมษายน นางสงกรานต์มีชื่อว่า กิมิทาเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกจงกลนี อาภรณ์แก้วบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ หัตถ์ขวาทรงขรรค์ หัตถ์ซ้ายทรงพิณ เสด็จนอนลืมตามาเหนือหลังกระบือ โดยมีคำทำนายว่า บ้านเมืองจะเกิดไฟสงคราม ฆ่าฟันกันและฉิบหายเป็นอันมาก จากการวิเคราะห์ตีความบุคลิกลักษณะนางสงกรานต์ประจำปีนี้ประกอบกับการโคจรเคลื่อนย้ายของดวงดาวที่สำคัญแล้วพบว่า คำทำนายของตำราโบราณมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจริง เพราะนางสงกรานต์ปีนี้มีนิสัยดุดัน มือขวาถือพระขรรค์ ซึ่งเป็นอาวุธประจำเทพเทวดา พระสยามเทวาธิราชและพระมหากษัตริย์ อาวุธนี้ใช้ประหัตประหารคนชั่วที่ทรยศแผ่นดิน จึงอาจเกิดเหตุนองเลือดหรือใช้กำลังต่อสู้ปะทะกันอย่างรุนแรง มีคนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก

           นายกรหริศ กล่าวว่า เมื่อแปลความหมายของชื่อนางสงกรานต์กิมิทาเทวี แปลว่า หนอน ซึ่งอยู่ในของเน่าเหม็น โดยส่วนตัวบอกได้เลยว่า ประเทศชาติมีหนอนบ่อนไส้ คนไทยบางส่วนมีพฤติกรรมสกปรกโสมมทำให้บ้านเมืองเน่าเฟะเหม็นโฉ่ อีกทั้งวันมหาสงกรานต์อยู่ในช่วงข้างแรม ก็จะมีสิ่งหม่นหมอง ดำมืด หรือความชั่วร้ายแผ่ปกคลุมบ้านเมืองจนแทบจะมองไม่เห็นแสงสว่าง อย่างไรก็ตาม นางสงกรานต์ถือพิณอยู่ในมือซ้าย ก็มีความหมายว่าจะต้องรู้จักเดินสายกลางเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้ผ่านพ้นวิกฤติ สมัยพุทธกาลก่อนที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสรู้ ก็ได้สดับเสียงพิณที่ขึงพอดีจึงมีเสียงไพเราะ จึงมองเห็นทางสายกลางนำไปสู่การตรัสรู้ได้ ดังนั้นผู้มีอำนาจบริหารประเทศต้องไม่ลุแก่อำนาจ ไม่ใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบธรรม มิเช่นนั้นจะถูกพระขรรค์ประหารกวาดล้างให้ตายไปตามกัน

           "นางสงกรานต์เสด็จนอนลืมตาบนหลังควาย ทำนายได้ว่า คนไทยยังไม่สงบสุข เพราะนางสงกรานต์นอนไม่หลับ มีความวิตกกังวลเหมือนคนไม่สบาย แถมยังมีพาหนะเป็นควาย ซึ่งเป็นสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม จึงต้องระวังภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นรุนแรง เพราะรัฐบาลบริหารจัดการน้ำไม่เป็น กลัวน้ำท่วมก็รีบระบายน้ำในเขื่อนจนไม่เก็บเผื่อไว้ใช้ในหน้าแล้งนี้" นายกรหริศกล่าว

           โหรชื่อดังกล่าวอีกว่า ในแง่ของการโคจรดวงดาวที่สำคัญ เริ่มต้นโดยดาวเสาร์ ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาล ย้ายเข้าไปอยู่ในภพที่ 5 หรือภพอริ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้เกิดปัญหาอุปสรรค การทำงานไม่ราบรื่นและจะมีประชาชนทุกกลุ่มตั้งแต่รากหญ้าจนถึงยอดหญ้าไม่พอใจรัฐบาลและมีปฏิกิริยาต่อต้านหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นรวมตัวชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลภายในปีนี้ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

           "ขณะนี้ดาวอังคารโคจรวิปริต ดาวอังคารเป็นตัวแทนสงคราม หลังวันที่ 12 เมษายนเป็นต้นไป ดาวเสาร์ ซึ่งเป็นธาตุไฟ โคจรใกล้ดาวอังคาร ธาตุลม จะทำให้เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่บนตึกสูงเกิดขึ้นหลายครั้งทั่วประเทศ ก่อนหน้านี้ผมก็จะได้ทำนายเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน จะมีเหตุไฟไหม้มากที่สุด รวมทั้งอุบัติเหตุทำให้มีคนตายหมู่" นายกรหริศกล่าว

           ส่วนในวันที่ 15 พฤษภาคม ดาวพฤหัสบดีโคจรย้ายมาอยู่ในภพที่ 2 ของดวงเมือง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเงิน การคลัง และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ การย้ายครั้งนี้อยู่ในตำแหน่งไม่ดีคือ บรรลัยจักร จะทำให้เศรษฐกิจพังเสียหายย่อยยับ และยังถูกดาวราหูเล็งดาวพฤหัสบดี ยิ่งทำให้เกิดเงินรั่วไหลหรือทุจริตคอรัปชั่นอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย อีกทั้งเนื่องจากดาวพฤหัสบดียังเป็นตัวแทนของกฎหมายด้วย ดังนั้นหากรัฐบาลยิ่งเร่งแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็จะทำให้มีประชาชนต่อต้านและเกิดเหตุรุนแรงเร็วขึ้น

           ด้านนายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ กล่าวว่า การโคจรของดวงดาวที่สำคัญในช่วงสงกรานต์คือ ดาวพระอังคารกำลังโคจรถอยหลังอยู่ในราศีสิงห์ ซึ่งเป็นธาตุไฟ ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์จนถึงเดือนมิถุนายน ตามคัมภีร์อรรถสาลินีพยากรณ์ว่า จะเกิดความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้ระมัดระวังปัญหาสุขภาพและโรคเจ็บป่วยร้ายแรงจะแพร่ระบาดรุนแรง บ้านเมืองจะเกิดความเสียหายวอดวาย พระธรณีจะดูดกินซึ่งเลือดคน และพสุธาแตกแย่งแบ่งเป็นสองคือ ผู้คนแตกความสามัคคีและจะเกิดแผ่นดินไหว ลมพายุวิปโยค ทำให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายมากมาย

           "ดวงเมืองจะมีอายุครบ 231 ปีเต็ม ในวันที่ 21 เมษายนนี้ จะส่งผลให้กองทัพทหารมีความเข้มแข็งมากขึ้นและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ซึ่งขณะนี้ดวงทหารยังอยู่ในสภาพอ่อนแอ ประชาชนต้องอดทน ดาวอังคารจะเป็นมนตรี หมายถึงเป็นที่พึ่งหรือปกป้องคุ้มครองประเทศชาติได้" นายภิญโญกล่าว


ขอขอบคุณ : www.thaipost.net