วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ชาวมายันออกโรงเรียกร้อง หยุดบิดเบือนปฏิทินทำนายวันสิ้นโลก


            หลังจากปฏิทินมายาถูกนำมาบิดเบือน แอบอ้างถึงวันสิ้นโลกมานานหลายปี ล่าสุด เห็นทีว่าผู้คนทั่วโลกถึงเวลาจะต้องหยุดเชื่อในวันสิ้นโลกอย่างสนิทใจแล้ว เมื่อชาวมายันได้ออกมาเรียกร้องด้วยตัวเอง ขอให้หยุดบิดเบือนเรื่องปฏิทินมายาของบรรพบุรุษพวกเขาเสียที

            เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ชาวมายันในกัวเตมาลา พากันออกมาเรียกร้องขอให้รัฐบาลและผู้จัดทัวร์ทั้งหลายหยุดบิดเบือนปฏิทินมายา และนำปฏิทินมายันไปหากิน เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

            การออกมาเรียกร้องครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีผู้นำปฏิทินมายาไปตีความเชื่อมโยงกับวันสิ้นโลก และมีการนำการตีความผิด ๆ ดังกล่าวไปนำเสนอสู่สายตาสาธารณชน ทั้งในรูปแบบของภาพยนตร์ และสารคดี ทำให้เกิดความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 ไปทั่วโลก ขณะที่บริษัททัวร์ก็ได้นำปฏิทินมายามาเป็นจุดขาย ดึงดูดให้ผู้คนจองทัวร์แห่มาฉลองวันที่เชื่อว่าเป็นวันสิ้นโลก พร้อมกับอธิบายเรื่องวันสิ้นโลกอย่างเป็นคุ้งเป็นแคว

            จากประเด็นดังกล่าว นายเฟลิเป โกเมซ ผู้นำชนเผ่ามายัน ได้เปิดเผยว่า "พวกเราขอต่อต้านการโกหก หลอกลวง และบิดเบือนเรื่องปฏิทินมายา เพื่อนำมาหากินกอบโกยผลประโยชน์ โดยที่ไม่ยอมบอกความจริงกับประชาชนเรื่องความหมายที่แท้จริงของปฏิทินมายาว่ามันคือการสิ้นสุดของรอบปฏิทินเท่านั้น ซึ่งตามความเชื่อของชนเผ่ามายัน การเริ่มต้นปฏิทินรอบใหม่ หมายถึงจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับตัวเอง ครอบครัว และสังคม และจะเกิดความสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ไม่ได้มีความหมายอื่นใดนอกเหนือจากนี้"

           นอกจากนี้ เฟลิโป โกเมซ ยังกล่าวอีกว่า หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวควรจะคิดใหม่อีกครั้ง เกี่ยวกับการนำปฏิทินไปบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ เพราะนี่ถือเป็นการดูหมิ่นอารยธรรมของชาวมายันเลยทีเดียว
ขอขอบคุณ : www.kapook.com

วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

โหรชื่อดังรุมจวก หมอดูอีที ทำนายแผ่นดินไหวไทย มั่ว ท้าดวลดูดวง..!


มั่ว จวกยับหมอดูอีทีทายปีหน้าประเทศไทยแผ่นดินไหวใหญ่ ถามกลับใช้ศาสตร์อะไร ย้อนสอนมวยผ่าดวงปีหน้าพม่าเสี่ยงแผ่นดินไหวกว่าไทย ท้าชนซุย ซุย วิน ใช้ศาสตร์จิตสัมผัสแข่งกับโหราศาสตร์ไทยที่ไหนก็ได้ในโลกว่าใครแม่นกว่ากัน...

‘ปีหน้าแผ่นดินจะไหวใหญ่ในประเทศไทย…’ พลันที่คำทำนายลงหราบนหน้าสื่อที่มาจากจิตสัมผัสของ น.ส.ซุย ซุย วิน เจ้าของฉายาหมอดูอีทีชื่อดังชาวพม่าออกมาให้สัมภาษณ์ หลังร่วมพิธีบวงสรวงละครที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของตนเอง ซึ่งจัดขึ้นที่พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่าสร้างความตกใจให้กับประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก

เรื่องนี้ นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ โหรชื่อดังที่ได้รับการเชื่อถือมากในวงการ กล่าวผ่านไทยรัฐออนไลน์ว่า ถ้าไม่ดูว่าหมออีทีนั่งทางในทำทายแล้วมาวิเคราะห์แบบตามหาความจริง โดยนำหลักโหราศาสตร์มาจับ คำทำนายนี้น่าจะเกี่ยวโยงกับเรื่องอุปราคาที่เกิดตรงราศีตุลย์ ที่เล็งลัคนาดวงเมืองไทยมันก็อาจจะมีสิทธิ์เกิดแผ่นดินไหวได้ แต่หมอดูอีทีคงลืมดูดวงประเทศตัวเองไปเพราะว่าราศีตุลย์ก็ปกครองพม่า ดังนั้น ลีลาดาวแบบนี้ก็เสี่ยงแผ่นดินไหวพม่ามากกว่าประเทศไทย

“ถ้าเรามองในแง่ดีแล้วเอาศาสตร์ไทยมาวิเคราะห์สิ่งที่เขาบอกนั้น ปีหน้าจะมีอุปราคาเกิดตรงราศีตุลย์ ซึ่งเป็นราศีที่ปกครองประเทศไทยก็จริง แต่ก็ราศีตุลย์ก็ยังปกครองอีกหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศพม่าด้วย และด้วยลีลาดาวแบบนี้ปีหน้าก็เสี่ยงที่จะมีแผ่นดินไหวใหญ่จริง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าแผ่นดินไหวใหญ่น่าจะมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดที่พม่ามากกว่าที่ประเทศไทยแน่นอน”

สุดท้ายยังฝากเตือนไปยังหมอดูอีทีด้วยว่าการออกมาทำนายแบบไม่มีหลัก ไม่มีศาสตร์อะไรในการรองรับแบบนี้มันสุ่มเสี่ยงมาก ถ้าเป็นโหรไทยทำนายนอกจากจะโดนด่าแล้วอาจจะถูกฟ้องร้องได้ด้วย

ขณะที่ นายเก่งกาจ จงใจพระ โหรการเมืองรุ่นเก่าชื่อดัง กล่าวว่าเป็นเรื่องเลอะเทอะ ไม่มีหลัก หรือศาสตร์อะไรที่จะมารองรับคำทำนายหมอดูอีทีได้ ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นการโปรโมตละคร โปรโมตหมอดูเพราะลงราคาค่าดูอย่างชัดเจน

“พูดเรื่องแผ่นดินไหวตามหลักโหรศาสตร์แล้วมันก็ไหวมาเรื่อยๆ ในย่านอินโดฯ มหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งแต่ 7 ก.ย. เนื่องจากอิทธิพลดาวเสาร์ยกย้าย และอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 10 ธ.ค.เนื่องจากดาวราหูยกอีกดวงจะส่งอิทธิพลแผ่นดินไหวช่วงปลายปีด้วยลีลาดาวแบบนี้ประเทศไทยจะไม่กระทบ เพราะราศีตุลย์เคลื่อนย้ายไปในมหาสมุทรแปซิฟิก ไปฮาวาย ไปอเมริกาแล้ว ดังนั้น คำทำนายแบบนั่งทางในมั่วศาสตร์ ไม่มีหลัก หรือศาสตร์อะไรรองรับ คุณพูดคุณรู้คนเดียว วันไหนหงุดหงิดอารมณ์เปลี่ยนแปลงก็พูดเลอะเทอะตามอารมณ์เครียด วันไหนอารมณ์ดีก็ทายดีๆ”

หมอดูชื่อดังยังสอนมวยนั่งทางในศาสตร์ของหมอดูอีที ด้วยการถอดรหัสโดยใช้โหราศาสตร์อ่านดวงดาวมาเป็นคำทำนายในปีหน้าให้ฟังว่า หลักการดูดวงที่ถูกต้องนั้นต้องอาศัยดูวิถีโคจรของโลกและดวงอาทิตย์ก่อนว่าช่วงนี้โลกอยู่ตำแหน่งไหน แล้วมาผนวกเข้ากับการโคจรของดาวเด่นๆ อีก 6-8 ดวงดังๆ ว่าทำมุมให้คุณหรือว่าให้โทษ

“ยกตัวอย่าง ดาวอังคาร ดาวเสาร์ ดาวราหู ดาวมฤตยู เป็นตัวให้โทษถ้ามีเหตุการณ์ปฏิวัติหรือมีความรุนแรงก็ให้ดู 3 ตัวนี้ที่จะส่งสัญญาณ ส่วนดาวดีได้แก่ ดาวจันทร์ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัส และดาวเกตุ ต้องมาดูว่าเหตุที่เกิดมันจะอยู่ในตำแหน่งไหน แล้วที่ขาดไม่ได้ก็คือต้องนำเอาดวง (คน ดวงเมืองเป็นต้น) ที่จะมาทำนายถอดออกมาอีกว่าเป็นอย่างไร ในกรณีนี้ปีหน้าก็ต้องดูดวงตุลย์ว่ากำลังเคลื่อนย้ายไปอยู่ในทวีปไหน ดาวอยู่ตรงไหนเหตุก็เกิดตรงนั้นแหละ แต่ในกรณีนี้ปีหน้าไม่ได้อยู่ในประเทศไทย”

สุดท้ายโหรการเมืองไทยชื่อดังยังกล่าวท้าทายไปยังหมอดูอีทีใช้ศาสตร์ของตนเอง มาพิสูจน์ความแม่นยำกับศาสตร์ไทยมาดูว่าศาสตร์ไหนของจริงของปลอม

“ผมเป็นโหรมาเป็นสิบๆ ปีทำนายดวงคน หรือดวงเมืองใช้หลักโหราศาสตร์รองรับทุกครั้ง แต่กลับหมอดูประเภทใช้จิตสัมผัส นั่งคิดเรื่องเอาเองไม่รู้ว่าคนไปเชื่อได้อย่างไร สิ่งที่อยากจะฝากไปยังหมอดูอีทีที่นั่งทางในดูดวงเชิญมาพิสูจน์ศาสตร์ของคุณกับของเราที่ไหนก็ได้ว่าใครแม่นกว่ากัน” หมอดูรุ่นเก๋ากล่าวในที่สุด

หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา หมอดูชื่อดัง กล่าวว่าส่วนตัวเคารพในคำพยากรณ์ของนักโหราศาสตร์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทายเคารพจรรยาบรรณของหมอ แต่เราคงไม่มาวิเคราะห์เพราะว่ามันเป็นคนละหมอกัน เพราะเขามีศาสตร์เป็นของตัวเองแต่สิ่งที่หมอดูควรมีก็คือการคิดถึงผลกระทบของคำทำนายที่ออกมา ตนเองพูดเสมอว่ามันมีคำพยากรณ์เป็นเอ็นพีแอล ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิต

"ถ้าเรายังจำคำทำนายแบบนี้มันก็เหมือนกับเด็กชายปลาบู่เป็นคำทำนายที่เป็นบทเรียนทำให้คนตื่นตระหนก ในครั้งนี้คนทำนายมีประวัติมีชื่อเสียงมาก ความน่าเชื่อถือก็มี แต่ทุกหมอดูมีสิทธิผิดหมด ดังนั้นก็อย่าตกใจให้ฟังอย่างมีสติ ฟังหูไว้หูดีกว่า" หมอช้างกล่าวสรุป

ประวัติหมอดูอีที

เธอเป็นหญิงชาวพม่า อายุ 42 ปี ชื่อ อีที (ET) เป็นคำย่อของ อีติ (E Thi) หรือ มะขุ่ย เธอเป็นผู้หญิงรูปร่างเล็ก พูดไม่ได้ หลังค่อม นิ้วคด เท้าพลิก มือเกร็ง เชื่อกันว่าเธอสามารถทำนายโชคชะตา ดูดวงบ้าน ดูดวงเมือง ได้แม่นราวกับจับวาง จนทำให้นักการเมืองน้อยใหญ่ทั่วโลกเดินทางไปให้หมอดูทำนายดวงให้ โดยอัตราการดูหมอนั้น คิดค่าบริการครั้งละ 1,000 US แต่ใช่ว่ามีเงินจะได้ดูเพราะว่าต้องต่อคิวยาวหลายเดือนเลยทีเดียว

สำหรับการดูดวงของหมอดูอีทีนั้น เราจะไม่สามารถสื่อสารกับหมอดูได้โดยตรง อย่างที่บอกเธอเป็นใบ้ โดยจะทำนายและให้น้องสาว หรือญาติๆ ที่พูดภาษาอังกฤษเป็นล่ามอ่านปากอีกที แล้วญาติก็จะเขียนใส่กระดาษให้กับผู้ที่รับการทำนาย ส่วนฐานะการเป็นอยู่ของหมอดูอีทีนั้น อาศัยอยู่ในบ้านธรรมดา เขตติงกานจูน (Thingangyun) รอบนอกกรุงย่างกุ้ง แต่เมื่อเทียบกับคนพม่าแล้วเปรียบว่าครอบครัวของหมอดูอีทีร่ำรวยเหมือนมหาเศรษฐีเลยทีเดียว.
ขอขอบคุณ : ไทยรัฐออนไลน์

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ส่องอนาคตสังคมไทยในปี พ.ศ.2556 กับ 3 โหรชั้นนำ จากหนังสือ ศาสตร์แห่งโหร ประจำปี 2556


และแล้วในที่สุด รัฐบาล"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร "ก็เดินฝ่ามรสุมการเมือง ทั้งบนดินและใต้ดิน  เดินหน้าสู่ปีที่ 2  มาได้แบบหักปากกาเซียน

ถ้ายังจำกันได้  พลันที่ชื่อของ"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"โผล่ ขึ้นมาเป็นตัวเลือกทางการเมือง  ทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิเคราะห์  สื่อใหญ่ขาประจำ รวมถึงโหรชื่อดังหลายคน ต่างฟันธงล่วงหน้าว่า  รัฐบาลอายุสั้น  อยู่ได้ไม่ทันนกกระจอกกินน้ำ   

แต่แล้ว "นารี"ก็นำรัฐนาวา  ฝ่าข้ามปีมะโรง  งูใหญ่  มาสู่ ปี มะเส็ง 2556   โดยต้องยอม สูญเสีย"ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" เพื่อรักษารัฐบาล 

มองทะลุไป ถึง ปีมะเส็ง 2556 ที่รออยู่ข้างหน้าไม่ไกล    ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ?   จะเล็งผลเลิศล้ำ หรือ จะถลำลงลึกหุบเหว ?  ยอมเป็นคำถามที่คนส่วนใหญ่  อยากรู้เพื่อเตรียมตัวเองไม่ให้ประมาท 

ล่าสุด หนังสือ "ศาสตร์แห่งโหร" ประจำปี 2556  ออกวางแผงเรียบร้อยแล้ว 

ปีนี้ "สำนักพิมพ์มติชน" จะเปิดตัวหนังสือ "ศาสตร์แห่งโหร 2556" ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 17 วันที่ 18-28  ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ "ศาสตร์แห่งโหร 2556" ปีนี้ รวบรวมคำทำนายจาก 11 โหรชั้นนำของเมืองไทย ประกอบด้วย หมอทรัพย์ สวนพลู, ศ. ดุสิต, โสรัจจะ นวลอยู่, พัฒนา พัฒนศิริ, กรหริศ บัวสรวง, ฟองสนาน จามรจันทร์, บุษรินทร์ ปัทมาคม, ลักษณ์ เรขานิเทศ, ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา, มาโนช ประภาษานนท์ และอาทิตย์ วรันธรกุล

ลองมาส่องอนาคตสังคมไทย  ปี 2556  ผ่านโหรชั้นนำ  2-3 ราย  เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติ

"โสรัจจะ นวลอยู่" ฉายา "นอสตราดามุสเมืองไทย" พยากรณ์ไว้ว่า   "ดาวพระเสาร์และพระราหู ยังสถิตอยู่ในราศีตลอดปีนี้ และพระพฤหัสบดี ย้ายจากราศีพฤษภเข้าสู่ราศีมิถุน ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2556 และยังอยู่ต่อเนื่องไปอีกทั้งปี "

การโคจรของดาวอังคารในปีนี้ จะทำให้ประเทศถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง ต่อไปนี้การต่อสู้เพื่อให้ประเทศอยู่รอดได้ต้องออกมาสู้อย่างเปิดเผย ไม่มีความเกรงอกเกรงใจผู้ใดทั้งสิ้น  และไม่ต้องรอให้ผู้หนึ่งผู้ใดมาตัดสิน ไม่มีแล้ว การต่อสู้จะพัฒนาไปในรูปแบบของมันสุดจะคาดการณ์
    
แต่ไม่มีคำว่า"ปฎิวัติ" เพราะดวงดาวของทหารในปี 2556 นี้ ไม่ได้บ่งบอกถึงความโดดเด่นต่อไปแล้ว แต่เป็นการต่อสู้ของพวก 2 พวกที่ขัดแย้ง ไม่มีใคร จะคอนโทรลอะไรกันได้    ดวงดาวของอัศวินขี่ม้าขาวหายไปจากดาวจักรราศี ในปีนี้  ฉะนั้น อย่าไปหวังว่าจะมีผู้นำเก่งแบบโบราณกาล คนไทยอย่าได้หวังพึ่งบุคคลหนึ่งที่จะนำพาประเทศไปสู่ความสำเร็จ
  
ประเทศไทยในปี 2556 นี้ ฝ่ายรัฐบาลน่าจะประคองรัฐนาวาให้ดี  อย่าอวดดี อย่าหมิ่นฝ่ายตรงข้าม ศัตรูแฝงเร้นอยู่ในทุกแห่งหน เผลอไผลไปจะโดนซ้ำเติมจนหมอบ
"นอสตราดามุสเมืองไทย" เตือนว่า   ทุจริต คอร์รัปชั่น เปรียบตัวโรคร้ายที่กัดกินทำลายบ้านเมือง ที่ยังจะต้องบำบัดรักษากันไป โดยไม่มีใครรู้ว่า จะหายไปจากเมืองไทยเมื่อไร ?

ข่าวร้ายช็อกโลก  คือ กรณีการล่มสลายทางเศรษฐกิจของประเทศ เศรษฐกิจขนาดใหญ่ของยูโรโซนส่งผลต่อประเทศไทยอย่างรุนแรง  ไทยกำลังเดินก้าวซ้ำตามรอยเดิมของกรีซ ด้วยสภาพเศรษฐกิจในประเทศที่อยู่ในภาวะซบเซาและหยุดชะงักไร้การเติบโต ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากหนี้ที่ต้องแบกรับจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ และฟองสบู่แตกในภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ความเชื่อมั่นในสยามดับวูบ  สุดท้ายก็จะผลักให้ไทยเราเข้าสู่วงจรเดียวกับกรีซ

โหรดังอีกคน พัฒนา พัฒนศิริ ผู้เชี่ยวชาญการวางฤกษ์ พยากรณ์ว่า  ในปี 2556 ดาวอังคารบาปเคราะห์ สีแดงหมายเลข 3 โคจรอยู่ในตำแหน่งราศีที่น่าสะพรึงกลัว จะเป็น 11 วันอันตราย   ดาวเสาร์ย้ายเข้าราศีตุลตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2555 ดาวราหูเข้าร่วมขบวนการกับดาวเสาร์ที่ราศีเดียวกัน    ลักษณะโคจรในรูปนี้ทางโหราศาสตร์เรียกว่า "จตุโกณ" หรือเป็นมุมฉาก สามารถบ่อนทำลายล้างกันอย่างรุนแรง

อาจารย์พัฒนายังชี้ว่า ดาวเสาร์กับดาวราหูช่วยกันเล็งลัคนาดวงเมือง มีอิทธิพลทำให้สภาพของดวงเมืองเป็น "ดวงแตก" อาจจะมีการโยกย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อื่น อันสืบเนื่องมาจากกรณีน้ำท่วมใหญ่ ผู้คนรถรามีมากมายจนเกิดการเบียดเสียดยัดเยียด

โหรฟองสนาน จามรจันทร์ ฟันธงว่า   จุดระเบิดของเหตุการณ์จริง ๆ จะเกิดขึ้นต้นเดือนกันยายน18 กันยายน 2556 ถึง 30 ตุลาคม 2556  อันเนื่องจาก พระเสาร์และพระราหู   เดินเข้ามาใกล้กันกัน เพื่อสวนกันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันที่ทับกันสนิทวันที่ 8 ตุลาคม 2556 เป็นจุดเปรี้ยงปร้างของเหตุการณ์ร้ายต่างๆ เล่นงานหลังจากทุกฝ่ายคุมเชิงกันมานาน

ช่วงนี้ ถ้ามีคดีความต่างประเทศ ไทยจะแพ้คู่คดีถูกดูหมิ่นดูแคลน  คนไทยมีโอกาสเสียเลือดเสียเนื้อ ระหว่างคนไทยด้วยกันเอง ดีไม่ดี วลีเลือดนองท้องช้างอาจเป็นจริง   มีการใช้อำนาจในภาวะฉุกเฉิน การควบคุมด้วยประการต่างๆ
   
เป็นช่วงที่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงระดับบน-คนมียศศักดิ์ ใครเป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ในช่วงนี้ก็ไปไม่รอด เพราะถึงคราวเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นฐานทางการเมือง สังคม  และสถาบันต่างๆ ที่สำคัญ เพียงแต่จะจบแบบไหน ใครจะดวงแข็งพอจะต้านการเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่เท่านั้น
   
ขณะที่ กรหริศ บัวสรวง ผู้เชี่ยวชาญการตั้งชื่อและพยากรณ์ดวงชะตาบ้านเมือง    ทำนายว่า   ถ้ารัฐบาลสุจริตโปร่งใส ไม่นำงบประมาณไปใช้อย่างไรเหตุผล ในโครงการต่างๆ แบบมือเติบ หรือ  หวังผลประโยชน์ในการเบียดบังแบบตามน้ำ  ก็คาดหวังได้ว่าในช่วงปลางปี 2556 อัตรการเติบโตทางเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้นมาก เพราะมีดาวศุกร์ราชาโชคมาช่วย ให้ฟื้นตัวได้

คำทำนาย บรรทัดสุดท้ายของ กรหริศ  คือ ประเทศไทย จะมีบางอำเภอ บางจังหวัด จมอยู่ใต้น้ำ หรือ ผืนดินหายไปบางส่วน

นี่คือบางส่วนของจากหนังสือ"ศาสตร์แห่งโหรปี 2556"  แต่เหนือจากคำพยากรณ์ ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ นัยยะของการ "เตือน" และการให้สติ
ขอขอบคุณ : www.matichon.co.th

หมอดูอีที ทำนายประเทศไทยจะเจอแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

"หมอดูอีที" หมอดูชื่อดังชาวพม่า ทำนายปีหน้าไทยจะเจอเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่  ผอ.กรมธรณีฯ ไทยสวนทันที พม่าน่าห่วงกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ทีมงานป๊าสั่งย่าสอนได้ทำพิธีบวงสรวงละครเรื่อง "คนเหนือมนุษย์" เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของ น.ส.ซุย ซุย วิน หรือ "หมอดูอีที" ซึ่งเป็นหมอดูชื่อดังชาวพม่า ขึ้นที่พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า โดยมีหมอดูอีทีและครอบครัว รวมถึงนักแสดงนำในเรื่องร่วมพิธี หลังเสร็จพิธีหมอดูอีทีได้ บอกความรู้สึกผ่านนางมะตี่ตี๊ ซึ่งเป็นน้องสาวว่าดีใจมากที่จะได้ถ่ายทอดชีวิตของตนผ่านละครเรื่องนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทุกวันนี้มีนักการเมืองและนักธุรกิจของไทยมาขอให้ดูดวงอีกหรือ ไม่ หมอดูอีทีบอกว่ามี แต่ไม่ยอมเปิดเผยว่าเป็นใครและดูเรื่องอะไร และเมื่อถามว่าในปีหน้าประเทศไทยจะเจอภัยพิบัติอะไรหรือไม่ หมอดู อีทีตอบว่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แต่จะเป็นที่ไหนไม่สามารถบอกแบบเฉพาะเจาะจงได้
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมอดูอีทีอยู่ร่วมพิธีบวงสรวงร่วม 1 ชั่วโมง จากนั้นให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวช่วงสั้นๆ โดยไม่ยอมตอบคำถามอะไรมากนัก และหันไปสื่อสารกับนางมะตี่ตี๊น้องสาว และยุติการให้สัมภาษณ์
ขณะนี้นางมะตี่ตี๊ เล่าถึงความเป็นมาของหมอดูอีที ก่อนที่จะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักการเมือง นักธุรกิจ และนายทหารในเมืองไทยว่า เริ่มเห็นและรู้เรื่องราวต่างๆ ราวกับตาเห็นมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ แต่มาชัดเจนเมื่ออายุ 9 ขวบ ครั้งนั้นมีลุงข้างบ้านมาบ่นให้ฟังว่ามีแหวนหาย แต่หมอดูอีทีบอกว่าไม่ได้หายไปไหน อยู่ในลิ้นชักนั่นเองให้ไปค้นดูให้ดี เมื่อไปค้นดูก็พบว่าอยู่ในลิ้นชักจริงๆ
นอกจากนี้ หมอดูอีทียังทำนายลุงคนนี้ ซึ่งเป็นโสด ใช้ชีวิตค่อนข้างเพลย์บอยว่า จะได้แต่งงานกับสาวบ้านนอก แต่ลุงคนนี้ไม่เชื่อ กระทั่งวันหนึ่งไปเมาเหล้าและได้ลูกสาว ชาวบ้าน จนได้แต่งงานอยู่กินกันในที่สุด เรื่องความแม่นของอีทีเป็นที่เล่าลือกันปากต่อปาก กระทั่งโด่งดัง มีผู้มีชื่อเสียง นักธุรกิจ นัก การเมือง นายทหารมาให้ทำนายทายทักดวงชะตาอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมถ่ายทำละครที่ใกล้ชิดกับหมอดูอีที เล่าด้วยว่า หมอดูอีทีตั้งค่าดูครั้งละประมาณ 30,000 บาท โดยผู้ที่จะให้ทำนายต้องจองคิว และรอคิว ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังต้องรอคิวอยู่ เนื่องจากมีผู้ต้องการใช้บริการมาก เงินที่ได้จากค่าบริการดูหมอ อีทีจะนำไปทำบุญ สร้างโรงเรียน โรงพยาบาลช่วยเหลือผู้คน
นายนิรัตติศัย หรือต๊ะ กัลย์จาฤก ประธาน ที่ปรึกษาทีมงานป๊าสั่งย่าสอน ผู้ผลิตละครเรื่องดังกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมามีสื่อมวลชนหลายแห่งขอสัมภาษณ์หมอดูอีที และมีผู้ผลิตละครจากหลายชาติมาขอทำละครชีวิตหมอดู อีทีเช่นกัน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากตนรู้จักกับหมอดูท่านนี้มานานกว่า 12 ปี รับรู้ถึงประวัติที่น่าสนใจ รวมถึงความรู้สึกของพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกพิการมาด้วยความรัก และเมื่อคุยกันหมอดูอีทีคงรู้ว่าตนตั้งใจทำด้วยความศรัทธา
นายนิรัตติศัยกล่าวด้วยว่า ละครเรื่องดังกล่าวจะมี 12 ตอน ถ่ายทำทั้งในไทยและพม่าโดยถ่ายทำไปแล้ว 95% สำหรับละครเรื่องดังกล่าวจะมี น.ส.นิธิตรา เชาว์พยัคฆ์ รับบทเป็นหมอดูอีที, น.ส.ณฐมน ปัญญาวราศัย รับบทเป็น "มะเอ" พี่สาว, น.ส.ทัดดาว ตั้งตรงเจริญ เป็น "มะตี่ตี๊" น้องสาวคนสนิทของหมอดูอีที
โดย น.ส.นิธิตรากล่าวว่า จะพยายามแสดงออกมาให้ดีที่สุด และคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะในวันนี้ตนได้ทำพิธีขอขมาหมอดูอีทีแล้ว หลังจากสวมบทบาทเล่นไปก่อนหน้าโดยไม่ได้ขออนุญาต และเชื่อว่าส่งผลให้ตนบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่ไม่น่าจะเกิด ด้วยก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วันกระจกที่ประตูบ้านร่วงใส่จนเป็นแผลที่ขา
ขณะที่นายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณี พิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ต้องไตร่ตรองให้ดีว่าควรจะเชื่อหมอดูมากแค่ไหน เพราะก่อนหน้านี้หมอดูก็ทำนายว่าโลกจะแตกในปีนี้ ซึ่งหากโลกแตกในปีนี้จริงๆ แล้ว จะเหลืออะไรไว้สำหรับแผ่นดินไหวในประเทศไทยปีหน้า
นายเลิศสินกล่าวว่า ในเชิงวิชาการแล้วอยากจะอธิบายให้รู้ว่าจุดที่จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในโลกนี้มี 3 จุดใหญ่ คือ 1.บริเวณรอบมหาสมุทรแปซิฟิก 2.กลางทะเล ระหว่างทะเลแอตแลนติก ที่อยู่ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและแอฟริกา เป็นแนวยาว และ 3.บริเวณแนวมุดตัวตั้งแต่ประเทศออสเตรเลียมายังเกาะ สุมาตรา ต่อมายังอินเดียโยงไปยังแถบเทือกเขาหิมาลัย ตีโค้งออกตะวันออกกลางเข้าไปในทวีปยุโรปแถบประเทศกรีซ อิตาลี และสเปน ไปสิ้นสุดที่เทือกเขาแอลป์ นอกจากนี้ ยังมีจุดย่อย ที่จะมีความรุนแรงรองลงมาคือ บริเวณตอนเหนือของประเทศจีน
นายเลิศสินกล่าวว่า สำหรับจุดศูนย์กลางที่จะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวที่ใกล้กับประเทศไทยนั้น ด้านตะวันตกคือแนวมุดตัวสุมาตรา และแนวรอยเลื่อนที่ผ่านประเทศเวียดนาม ผ่านประเทศจีนตอนใต้ผ่านเทือกเขาหิมาลัย จุดที่ใกล้ที่สุดคือ รอยเลื่อนสะแกง ซึ่งห่างจากเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ประมาณ 500 กิโลเมตร และที่สุมาตราซึ่งห่างจากเกาะภูเก็ต ประมาณ 700 กิโลเมตร ส่วนด้านเหนือคือรอยเลื่อนแม่น้ำแดง ห่างจากประเทศไทยประมาณ 300 กิโลเมตร
"ที่อธิบายแบบนี้เพื่อต้องการให้เห็นภาพว่า ประเทศไทยเราอยู่ห่างมากจากจุดที่มีโอกาสจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ แม้รอยเลื่อนที่ทำให้แผ่นดินไหวรุนแรงรองลงมาก็ยังอยู่ห่างจากประเทศไทยมากอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยเองก็มีจุดศูนย์กลางของรอยเลื่อนที่ยังมีพลังอยู่ โดยภาคเหนือมีอยู่ 10 จุดคือ รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนแม่อิง รอยเลื่อนพะเยา รอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน รอยเลื่อนเมย รอยเลื่อนเถิน รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ และรอยเลื่อนเพชรบูรณ์ ในภาคตะวันตกคือ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์และรอยเลื่อนด่านเจดีย์สามองค์ ส่วนภาคใต้คือ รอยเลื่อนระนองและรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย แต่ก็ได้มีการศึกษาตรวจสอบแล้วพบว่า รอยเลื่อนเหล่านี้มีพลังที่จะทำให้แผ่นดินไหวในระดับกลางหรือน้อยกว่า 7 ริกเตอร์ เท่านั้น" นายเลิศสินกล่าว
นายเลิศสินกล่าวว่า ส่วนที่มีรายงานว่ากรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีดินอ่อนสามารถขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้ แผ่นดินไหวเพียงเล็กน้อยอาจจะทำให้เกิดความเสียหายใหญ่ได้นั้น พื้นที่ที่เป็นจุดศูนย์กลางของพื้นที่ ที่อาจจะเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทย จุดที่ใกล้กรุงเทพที่สุดก็ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 150 กิโลเมตร ถ้าแผ่นดินไหวขึ้นมาจริงๆ ก็อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายมากเหมือนที่หมอดูทำนายเอาไว้แน่
"ที่หมอดูพม่าทำนายว่า ประเทศไทยจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ปีหน้านั้น ถ้ามันจะไหวจริงๆ จุดศูนย์กลางที่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวคือที่ประเทศพม่านั่นเอง ดังนั้น พม่าจะต้องเจอก่อนประเทศไทย ประเทศไทยเพียงแค่รับผลพวงที่เกิดขึ้นเท่านั้น" นายเลิศสินกล่าว
ขอขอบคุณ : www.matichon.co.th

วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555

มาแล้ว ศาสตร์แห่งโหร ปี พ.ศ.๒๕๕๖ มองเมืองไทยด้วยตาทิพย์


ฮือฮาตลอดกันทุกปี เมื่อหนังสือ ศาสตร์แห่งโหร ประจำปี ออกวางจำหน่าย

ด้วยเอกลักษณ์ โดยการรวมเอาโหราพยากรณ์หลายแนวไว้ด้วยกัน ทั้งโหรอาวุโสที่นุ่มลึกและคมคาย โหรแนวดุดัน ทุบโต๊ะฟันธงเปรี้ยงปร้างแบบท้าทายให้พิสูจน์ และยังเพิ่มดาวรุ่งของวงการ เข้ามาสร้างความใหม่สดตลอดเวลา

ปีนี้ สำนักพิมพ์มติชน จะเปิดตัวหนังสือ ศาสตร์แห่งโหร 2556 ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 17 วันที่ 12-18 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

หนังสือ ศาสตร์แห่งโหร 2556 อัดแน่นด้วยคำทำนายจาก 11 โหรชั้นนำของเมืองไทย ประกอบด้วย หมอทรัพย์ สวนพลู, ศ. ดุสิต, โสรัจจะ นวลอยู่, พัฒนา พัฒนศิริ, กรหริศ บัวสรวง, ฟองสนาน จามรจันทร์, บุษรินทร์ ปัทมาคม, ลักษณ์ เรขานิเทศ, ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา, มาโนช ประภาษานนท์ และอาทิตย์ วรันธรกุล 

ลองมาชมหนังตัวอย่างกันพอหอมปากหอมคอก่อน 

โสรัจจะ นวลอยู่ เจ้าของฉายา "นอสตราดามุสเมืองไทย" พยากรณ์ไว้ว่า ปี 2556 เป็นปีมหาวิปโยค เมื่อดาวบาปเคราะห์ทั้งราหูและพระเสาร์ ร่วมผนึกกำลังเล็งลัคนาราศีเมษ 

ดวงกรุงสยามเช่นนี้ ทำให้เห็นชัดว่าถึงคราวชะตาเมืองกำลังตกต่ำ การแตกแยกโกรธแค้นชิงชังของผู้คน มีเหตุอาเภทต่างๆ เกิดการจลาจล 

บุคคลในเครื่องแบบแตกแยกเป็นสองฝ่าย เกิดสงครามกลางเมือง เกิดจลาจลในกรุงเทพฯ ทุกหมู่เหล่าแตกแยก ออกมาถือปืนยิงต่อสู้กันทั่วทุกแถบในกรุงเทพฯ

มีการขว้างระเบิดสนั่นเมือง จะก่อความ ยุ่งยากทีละน้อย และค่อยๆ รุนแรงขึ้นจนระงับไม่อยู่ ผู้มีอำนาจหรือคนสำคัญบางคนจักหมดอำนาจวาสนา หรือต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ

"ข้อสังเกตเหตุการณ์รบกันที่กรุงเทพฯ เมื่อดาวอังคารแห่งสงครามโคจรเข้าทับลัคนาแห่งดวงเมืองประเทศไทย จึงรบกันระหว่างผู้มีอำนาจกับประชาชนครั้งใหญ่ที่สุด อาจต้องใช้กำลังและตำรวจเข้าแก้ปัญหา เป็นหนทางไปสู่การ ′ปฏิวัติประชาชน′ .."

"ต้องรบราฆ่าฟันกันในหมู่ประชาชนคนหลากสี กลายเป็นหลายฝ่ายเป็นสงครามกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก บุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงของประเทศจะถึงแก่กรรมจากการลอบทำร้าย ผู้คนระส่ำระสาย เหตุการณ์รุนแรงมหากลียุคนี้จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน"

และเป็นอีกปี ที่โสรัจจะได้กล่าวถึง "หิมะ" ที่จะตกในประเทศไทย โดยพยากรณ์อีกว่า ปลายปี 2556 จะเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าแปลกมหัศจรรย์ จะเกิด′หิมะตก′ในเมืองไทยไปทั่วภาคเหนือและอีสานบางส่วน

ประชาชนทั้งคนไทยและทั่วโลกตื่นตกใจ เพราะไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน แต่จริงๆ แล้วในทางโหราศาสตร์ไทยถือว่าเป็นลางร้ายที่จะเกิดมหันตภัยตามมาไม่หยุดหย่อน ทั้งทางธรรมชาติ บุคคล การเมือง การปกครอง วัฒนธรรมประเพณี ความเป็นอยู่แบบไทยๆ เราก็จะเปลี่ยนแปลงไป 

โหรดังอีกคน พัฒนา พัฒนศิริ ผู้เชี่ยวชาญการวางฤกษ์ พยากรณ์ว่า ดาวอังคารอยู่ตำแหน่งอุจจ์ที่ราศีมังกร ส่งกำลังจตุโกณ เข้าหาดาวเสาร์กับยังมีดาวอาทิตย์อีกดวงหนึ่ง จะเป็นดาวเคราะห์ที่จุดชนวนทำให้เกิดเรื่องขึ้น 

จากปฏิทินการโคจรของดวงดาว ปรากฏชัดเจนว่าในปี 2556 ดาวอังคารบาปเคราะห์ สีแดงหมายเลข 3 โคจรอยู่ในตำแหน่งราศีที่น่าสะพรึงกลัว จะเป็น 11 วันอันตราย ดาวเสาร์ย้ายเข้าราศีตุลตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2555 ดาวราหูเข้าร่วมขบวนการกับดาวเสาร์ที่ราศีเดียวกันตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม

ลักษณะโคจรในรูปนี้ทางโหราศาสตร์เรียกว่า "จตุโกณ" หรือเป็นมุมฉาก สามารถบ่อนทำลายล้างกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะช่วงดาวอาทิตย์ย้ายเข้าราศีมังกร ระหว่างวันที่ 14 มกราคมถึง 12 กุมภาพันธ์ 2556 โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุเภทภัย เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง

พัฒนายังชี้ว่า ดาวเสาร์กับดาวราหูช่วยกันเล็งลัคนาดวงเมือง มีอิทธิพลทำให้สภาพของดวงเมืองเป็น "ดวงแตก" อาจจะมีการโยกย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อื่น อันสืบเนื่องมาจากกรณีน้ำท่วมใหญ่ ผู้คนรถรามีมากมายจนเกิดการเบียดเสียดยัดเยียด

ถ้าชอบสวดมนต์ภาวนา ช่วงนี้จะสวดให้มากขึ้น แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ต่างๆ ด้วย กิจกรรมใดที่ตั้งอยู่บนความเสี่ยงควรงดโดยเด็ดขาด ในช่วง 10 ธันวาคม 2555 ดาวราหูบาปเคราะห์หมายเลข 8 ย้ายมาโคจรที่ราศีตุล เล็งลัคนาดวงเมือง และจะอยู่ต่อไปจนถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2557 

ขณะที่ กรหริศ บัวสรวง ผู้เชี่ยวชาญการตั้งชื่อและพยากรณ์ดวงชะตาบ้านเมือง เป็นเจ้าของเครดิตจากการ เป็นโหรคนแรกที่ทำนายล่วงหน้ากว่า 3 ปีว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะต้องลี้ภัย พยากรณ์ดวงเมืองว่า ดาวเสาร์เล็งดวงเมืองดวงโลก ในวันที่ 23 ธันวาคม 2555 จนถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2557 

มีทั้งคุณและโทษที่รุนแรงต่อทั้งรัฐบาลและประชาชน จนเกิดภัยได้ เกิดทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพงและอดอาหาร เกิดสัตถภัย การอาฆาตพยาบาทจองเวร จองล้าง จองผลาญ ฆ่าฟันกัน ไม่หยุดหย่อนบาดเจ็บล้มตายรุนแรงไม่มีวันเลิกรา 

กรหริศ พยากรณ์ต่ออีกว่า ก่อนจะถึงปี 2556 เป็นทรยุคที่แปลว่ายุคชั่ว จะเกิดทรราช ผู้ปกครองประเทศใช้อำนาจตามอำเภอใจ 

นี่คือบางส่วนของคำพยากรณ์จากหนังสือรวมคำพยากรณ์ยอดนิยม ที่ออกต่อเนื่องมาจนเป็นที่ยอมรับของผู้สนใจในศาสตร์นี้

นอกเหนือจากคำพยากรณ์ ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ นัยยะของการ "เตือน" อันเป็นอีกหนึ่งสาระสำคัญของ "ศาสตร์แห่งโหร" 

เพื่อการก้าวไปในปี 2556 และปีต่อๆ ไป อย่างไม่ประมาทและมั่นใจ

ขอขอบคุณ : www.matichon.co.th