เตรียมชม ! จันทรุปราคาเต็มดวง ในรอบ 4 ปี 15 มิ.ย.นี้


          เตรียมชม ! จันทรุปราคา เต็มดวงครั้งแรกในรอบ 4 ปี ในคืนวันพุธที่ 15 มิถุนายนนี้ นอกจากนั้นยังมีปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวฤกษ์ ในเวลาเดียวกันอีกด้วย... งานนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด!!

วันนี้ (6 มิถุนายน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ สดร. ร่วมกับเครือข่ายดาราศาสตร์ฉะเชิงเทราและสงขลา แถลงข่าวเชิญชวนคนไทยรอชม 2 ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า คือ "จันทรุปราคาเต็มดวงและจันทรุปราคาบังดาวฤกษ์" ในคืนที่ 15 มิถุนายน ถึงเช้ามืดของวันที่ 16 มิถุนายน 2554 ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าว เป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญและหาดูได้ยากมาก เพราะจันทรุปราคาในครั้งนี้ เป็นจันทรุปราคาที่เต็มดวงในรอบ 4 ปีเลยทีเดียว

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าว จะเริ่มต้นในเวลาประมาณ 01.22 -04.01 น. หรือกินเวลานานถึง 3 ชั่วโมง 39 นาที นับว่าเป็นเวลาที่นานที่สุดตั้งแต่เกิดจันทรุปราคามา โดยสามารถชมได้ด้วยตาเปล่าทั่วทั้งประเทศ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะเห็นดวงจันทร์สีแดงอิฐอยู่สูงจากเส้นขอบฟ้าประมาณ 30 องศา และถ้าหากท้องฟ้าโปร่ง ไม่มีเมฆบัง และไม่มีแสงไฟรบกวน ก็จะมีโอกาสเห็นทางช้างเผือกในขณะที่ดวงจันทร์ถูกเงาของโลกบังทั้งดวงอีกด้วย

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สดร. กล่าวว่า นอกจากคนไทยจะได้ชมปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงแล้ว ยังจะได้ชมปรากฏการณ์ จันทรุปราคาบังดาวฤกษ์ ในเวลาใกล้เคียงกันอีกด้วย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ ที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปบดบังดาวฤกษ์ที่มีชื่อว่า 51 Ophiuchi(โอฟีอุชชี) ซึงเป็นดาวฤกษ์สีขาวที่อยู่นอกระบบสุริยะ และมีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์มาก โดยดาวฤกษ์ดังกล่าว อยู่ไกลจากโลกมากถึง 446.35 ปีแสง ทั้งนี้เราสามารถมองเห็นดาวดาวฤกษ์ 51 โอฟีอุชชี ได้ในเวลาประมาณ 02.08 น. โดยจะเริ่มหายเข้าไปหลังดวงจันทร์สีแดงอิฐ และโผล่พ้นดวงจันทร์ออกมาในเวลา 02.12 น.

อย่างไรก็ตาม ดร.ศรัณย์ ยังกล่าวอีกว่า ผู้ที่พลาดชม 2 ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า "จันทรุปราคาเต็มดวงและจันทรุปราคาบังดาวฤกษ์" นั้น สามารถรอชมปรากฏการณ์บนท้องฟ้าส่งท้ายปีได้อีกครั้ง ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้

สำหรับผู้ที่รอชมปรากฏการณ์ดังกล่าว ทาง สดร. ได้ร่วมกับเครือข่ายทางดาราศาสตร์ในจังหวัดฉะเชิงเทรา และสงขลา ตั้งจุดสังเกตที่ จ. เชียงใหม่ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.สงขลา อีกทั้งมีการถ่ายทอดสดภาพปรากฏการณ์จากทั้งสามแห่ง ผ่านทางเว็บไซต์ของสถาบัน ที่ www.narit.or.th ด้วย

ขอขอบคุณข่าวจาก : www.dailynews.co.th

ความคิดเห็น