โหรดัง สับเละ ปลาบู่ แนะเสนอกฎหมายทายผิด 50% คุก !!!


โหรรุ่นใหญ่ "เก่งกาจ จงใจพระ" แนะฟ้องเรียกค่าเสียหาย นอมินีโหรปลาบู่ หลังเคาต์ดาวน์เขื่อนภูมิพลไม่แตกเป็นกรณีศึกษา พร้อมยก ปลาบู๋โมเดล จุดประกายออกกฎหมายคุมโหร ทายมั่วไม่รับผิดชอบ ย้ำโทษหนักทายผิดกว่า 50% ติดคุก โดนแพ่งและอาญา ...

อกสั่นขวัญหายกันไม่จบไม่สิ้น หลังตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายทองใบ คำสี อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234/1 ม.1 บ้านตามูล ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ออกมาอ้างคำทำนายของลูกชายที่เสียชีวิตไปนานแล้ว คือ "ด.ช.ปลาบู่" อายุ 5 ขวบ ว่าล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าและทำนายออกมาได้อย่างแม่นยำ เช่น จะมีเครื่องบินชนตึก World Trade Center, จะเกิดคลื่นยักษ์ คนตายกันมาก เป็นต้น

และประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างครึกโครมถึงความเหมาะสม ก็คือ คำทำนายที่ว่า กรุงเทพฯ จมดินจมน้ำ เขื่อนภูมิพล ที่ จ.ตาก ก็พัง ในเวลายามสองคืนปีใหม่คนไทยฉลองกันสนุกสนาน มีคนตายมากมาย ซึ่งเลยเวลาทำนาย แต่ก็ยังไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น และแม้บิดา ด.ช.ปลาบู่ จะอ้างว่า คำทำนายที่บอกว่า “ปีใหม่” อาจจะไม่ใช่ “ปีใหม่ไทย” ก็เป็นได้ แต่สิ่งที่ไม่สามารถพลิ้วปฏิเสธได้คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้น จนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนออกมาแจ้งความเอาผิด

เรื่องนี้ นายเก่งกาจ จงใจพระ โหรการเมืองชื่อดัง ออกมากล่าวผ่านไทยรัฐออนไลน์ หลังจากที่เขาเคยเสนอเรื่องกฎหมายคุมคำทำทายหมอดูทายมั่วแล้วไม่รับผิดชอบ ว่า คำทำนายเขื่อนภูมิพลแตกวันปีใหม่จนคนแตกตื่น เศรษฐกิจเสียหายของหมอดูปลาบู่ ผ่าน นายทองใบ คำสี ผู้เป็นพ่อ เป็นกรณีน่าศึกษาว่า ถึงเวลาแล้วที่จะออกกฎหมายคุมคำทำนาย หมอดูนอกรีตทายผิดเกินกว่า 50% โดนทั้งแพ่งเรียกค่าเสียหาย และอาญาคือติดคุก

“ผมพูดมานานแล้วว่า คนพวกนี้บ้าสร้างกระแส ในหลักโหราศาสตร์โบราณนั้น สิ่งที่พ่อของเด็กชายคนนี้ออกมาพูดไม่มีมูลเลย ไม่ต้องคิดตามหลักโหรหรอก ลองคิดดูว่า เด็กอายุ 5 ขวบ จะพูดรู้เรื่องไหม ส่วนตัวเชื่อว่า คำทำนายน่าจะมีคนนำมาปรับใหม่ให้เป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น ที่สำคัญสิ่งที่อ้างว่าเคยทำนายถูกเรื่องคลื่นยักษ์สึนามิ เรื่องเครื่องบินชนตึก World Trade Center ก็มาอ้างทีหลัง แต่จะกล่าวโทษเขาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องโทษคนและสื่อที่มันขาดสติ ทำให้แตกตื่นกัน หลังจากหลอนหนักเพราะว่าน้ำเพิ่งท่วมแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวไป วิกฤติครั้งนี้จึงถึงเวลาที่รัฐบาลจะออกกฎหมายคุมโหรตัวปลอม ที่ทายแรง แต่ไม่รับผิด ชอบคำพูด เมื่อทำนายผิดเกินกว่า 50% ควรมีโทษทั้งจำคุก และปรับในกรณีมีผู้เสียหาย นอกจากไล่ไปเสียแต่ค่าปรับตามกฎหมายเก่า 1,000 บาทเสียที”

หมอดูชื่อดังที่มีอยู่ในสมัยที่มีการออกกฎหมายคุมโหร บอกว่า สมัยก่อน โหรไม่ได้มีอิสระเหมือนทุกวันนี้ เพราะสมัย นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้ออก ปร.42 หรือกฎหมายปฏิรูปรัฐธรรมนูญมาบังคับสื่อและโหรห้ามทำนายดวงเมือง ดวงรัฐบาลเผยแพร่เป็นเวลานานถึง 10 ปี จนมายกเลิกในสมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากตนซึ่งเป็นโหรส่วนตัวของ พล.อ.ชาติชาย ขอร้องให้ช่วยถอนมาตรานี้ออกจากกฎหมายในรัฐธรรมนูญ

หรืออีกสมัย “บิ๊กจ๊อด" พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ทำรัฐประหาร โดยสั่งให้กรมประชาสัมพันธ์ห้ามโหรออกอากาศ จึงเข้าไปขอร้องให้ปลดล็อกกฎหมายปิดปาก เพื่อให้อิสระกับหมอดูจากพันธการนี้ด้วย ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างความอิสระของโหรสมัยก่อนกับโหรสมัยนี้ แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ใครอยากดังก็ทายเรื่องแรงๆ ออกไป ไม่เกิดก็ช่างมัน โหรยุคนี้ใครนึกอยากจะทำนายดวงเมืองก็ทำกันง่ายๆ ไม่มีกฎหมายควบคุม อย่างสายฮอตไลน์ดูดวงทางโทรศัพท์ 1900 ก็ดูกันไปเรื่อย แม้แต่คนทรงทั่วไปก็ยังทำนายดวงเมืองได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้สังคมไทยและสังคมโหรในสายตาคนทั่วไปเลวร้ายมากๆ จนวันนี้ผมมานึกเสียใจที่ไปขอร้องให้ยกเลิกกฎหมายโหร”

โหรเก่งกาจ บอกอีกว่า ในฐานะตนเป็นโหรมานี้ คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องออกกฎหมายควบคุม และระบุบทลงโทษของคนที่ทำนายแล้วทำให้บ้านเมืองเสียหาย โดยไม่รับผิดชอบ ขนาดขับรถยังต้องมีใบขับขี่ ทนายยังต้องสอบตั๋วทนาย ทุกอย่างจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ต้องสอบว่าคุณเป็นได้จริงหรือเปล่า และจะต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจน

“จากข้อมูลที่ศูนย์กสิกรสำรวจไว้ โหรทั้งประเทศมีอยู่กว่า 200,000 คน ผมเสนอว่าโหรจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพ เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับชีวิตคน คุณไปแนะนำเขาให้ทำอย่างโน่นอย่างนี้ ยุ่งไปหมด อีกทั้งไม่มีจรรยาบรรณด้วย อย่างในวงการบันเทิงกรณีนักร้องสาวค่ายอาร์เอสทายว่า ท้อง ทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน ไหนจะเรื่องสึนามิครั้งที่ 2 ก็ไม่เกิด มาจนถึงเรื่องเขื่อนภูมิพลแตกตอนปีใหม่ ก็ไม่มีอะไร เรื่องกฎหมายโหรนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์น่าจะเข้ามาเป็นเจ้าภาพ เรียกประชุมทุกสมาคมโหร แล้วก็ร่างหลักสูตรมา ก่อนบรรจุให้วิชาโหราศาสตร์เป็นส่วนในตำรา ซึ่งก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่อยากให้มารับหลักการให้เป็นสากล”

หมอดูการเมืองชื่อดัง ย้ำทิ้งทายด้วยว่า การทำเป็นระบบเช่นนี้จะสามารถกำจัดโหรนอกรีต ซึ่งวันนี้มีเยอะมากๆ ให้สิ้นซากได้ด้วย จริงๆ ตนต้องโทษสื่อส่วนหนึ่งที่ชอบไปสัมภาษณ์หมอพวกนี้ คือใครพูดแรงก็เอาหมด ถามว่าเวลาทำนายผิดสื่อไม่เห็นเคยเล่นงานสักที รวมถึงทำให้หมอดีๆ ต้องเสียหาย ได้รับผลกระทบไปด้วย

“มันต้องเอาให้ชัดว่า ถ้าทำนายถูกไม่ถึง 50% ต้องติดคุก เพราะถ้าคุณเป็นหมอ ต้องอ้างอิงคำทำนายจากศาสตร์ของคุณได้ ไม่อย่างนั้นไม่ใช่โหร ถือว่าเหลวไหล งมงาย ไสยศาสตร์ คุณรู้คนเดียว อย่างในกรณีคำทำนายของ ด.ช.ปลาบู่ นั้นผมแนะนำว่า ถ้าผมเป็นผู้เสียหาย ผมจะฟ้องร้องมันต้องโดนอาญาคือถ้าผิดเอาเข้าคุก แพ่งคือเรียกค่าเสียหาย บ้านเมืองก็จะสงบคนที่พูดก็จะมีความรับผิดชอบมากขึ้น” หมอดูชื่อดังกล่าวในที่สุด.
ขอขอบคุณ : www.thairath.co.th

ความคิดเห็น