นักวิชาการเผย หมอดูดาวเทียม มอมเมาไร้ควบคุม พบเป็นพิษต่อสังคม


     นักวิชาการเผยผลศึกษารายการโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ ในทีวีดาวเทียม พบเป็นพิษต่อสังคม แต่กลับไร้หน่วยงานควบคุมจรรยาบรรณ แฉใช้เรื่องความเชื่อมอมเมาผู้ชมหวังผลประโยชน์ทั้งดูดวง เช่าเครื่องรางของขลัง สะเดาะเคราะห์แก้กรรม จี้ กสทช.เร่งนัดเจ้าของรายการหาแนวทางแก้ไขด่วน

    ผศ.ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการมีเดีย มอนิเตอร์ มูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา เปิดเผยว่า จากผลการศึกษารายการโหราศาสตร์และไสยศาสตร์ในสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพบว่า มีจำนวนมากกว่าฟรีทีวีและมีเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อสังคม โดยนำความเชื่อมาปั้นแต่งเพื่อหวังผลประโยชน์ในเชิงการค้า เช่น อวดอ้างข้อมูลเกินจริงเกี่ยวกับอานุภาพเครื่องรางของขลังและวัตถุมงคล ส่งเสริมอบายมุข สร้างความเสื่อมเสียทางศีลธรรม การพยากรณ์ที่นำไปสู่ความขัดแย้งภายในครอบครัว ยุยงให้สามีภรรยาแตกแยกกัน การแสวงหาผลประโยชน์จากการทำนายดวง สะเดาะเคราะห์แก้กรรม และมีข้อมูลเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ใช้อาวุธยิงหรือฟันเข้าร่างกายทดสอบความขลัง หรือกินคางคกช่วยให้เจริญอาหาร โดยมีกลวิธีจูงใจผู้ชมด้วยการนำพระสงฆ์ หมอดูคนดังและดาราเป็นคนนำเสนอข้อมูลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เป็นต้น

    ผศ.ดร.เอื้อจิตกล่าวว่า ปัจจุบันมีรายการโหราศาสตร์และไสยศาสตร์ทางทีวีดาวเทียมมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้พบว่ามี 21 ช่อง รายการส่วนใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อการขายสินค้า บริการทางความเชื่อ ซึ่งมีกลวิธีการโน้มน้าวและชี้นำรูปแบบต่างๆ เพื่อชักจูงผู้ชมตัดสินใจบริโภคโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องเหมาะสม อาจส่งผลต่อค่านิยมและความเชื่อ เช่น พึ่งพาอำนาจเหนือธรรมชาติมากกว่าพึ่งพาตนเองโดยไม่สนใจพัฒนาตนเอง ขยันทำมาหากินและการใช้ชีวิตอย่างมีสติ เชื่อว่าโชคชะตาซื้อหาได้ด้วยเงินทองด้วยการจ่ายเงินเช่าบูชาวัตถุมงคล กรรมแก้ได้ด้วยพิธีสะเดาะเคราะห์ หรือถอนคำสาปได้เพียงส่ง sms ชื่อ-สกุลวันเดือนปีเกิดมาให้หมอดูเป็นผู้ทำพิธี ทำให้ผู้ชมละเลยเรื่องการทำความดี ตลอดจนมองพระพุทธศาสนาในอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มากกว่าหลักคำสอน

    "ปัญหาที่น่าห่วงคือ รายการมักจะนำคนดัง เด็ก พระสงฆ์มาเป็นผู้นำเสนอข้อมูล ไม่มีการเซ็นเซอร์ภาพที่หวาดเสียว เช่น การใช้ของแหลมแทงร่างกายเพื่อทดสอบอานุภาพวัตถุมงคล โดยไม่ทำภาพเบลอแถมยังเน้นให้เห็นเด่นชัด พบการทำนายที่บางครั้งนำไปสู่ความขัดแย้งในครอบครัว และมีการโฆษณาเกือบตลอดทั้งวัน ซึ่งในการกำกับดูแลกฎหมายจะควบคุมเนื้อหารายการแบบภาพรวม ไม่มีกฎหมายที่เจาะจงเรื่องความเชื่อไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ โดยเฉพาะกรมการศาสนาไม่มีข้อกำหนดเรื่องการโฆษณาสินค้าเช่นวัตถุมงคล" ผศ.ดร.เอื้อจิตกล่าว

    ผู้อำนวยการโครงการมีเดีย มอนิเตอร์ มูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา กล่าวอีกว่า การขยายตัวของรายการไสยศาสตร์โหราศาสตร์ในทีวีดาวเทียมประกอบกับสภาพปัญหาที่มาจากความไม่ชัดเจนของมาตรการควบคุมการแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้ผู้ชมเสพความเชื่อที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชมในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีแนวโน้มดูทีวีดาวเทียมสูงขึ้น ปัจจุบันสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมแห่งประเทศไทย ไม่ระบุเรื่องการนำเสนอเรื่องราวความเชื่อไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ ในระเบียบข้อบังคับหมวดจริยธรรม ซึ่งเป็นจุดโหว่ของกฎระเบียบ 

    "ส่วนสำนักงานพระพุทธศาสนาและมหาเถรสมาคมมีอำนาจควบคุมการโฆษณาอวดอ้างอานุภาพวัตถุมงคลที่กระทำโดยพระสงฆ์เท่านั้น หากเป็นการกระทำของประชาชนทั่วไปก็ไม่เกี่ยวข้อง ขณะที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไม่มีมาตรการควบคุมเนื้อหาโฆษณาวัตถุมงคลที่มีการอวดอ้างอานุภาพที่เกินจริงและยากต่อการพิสูจน์" ผศ.ดร.เอื้อจิตกล่าว

    ข้อเรียกร้องของโครงการมีเดีย มอนิเตอร์ คือ กสทช.ควรเรียกผู้ประกอบการเจ้าของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เจ้าของรายการมาหารือและเร่งสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ไม่ควรปล่อยให้เจ้าของรายการนำความเชื่อทั้งทางโหราศาสตร์และไสยศาสตร์มาดึงดูดความสนใจและความนิยมของผู้ชม อย่างไรก็ตามไม่เพียงแต่ทีวีดาวเทียมเท่านั้นที่นำเรื่องความเชื่อมาแสวงหาผลประโยชน์ แต่ฟรีทีวีบางรายการก็ยังมีเช่นกัน.


ที่มา : ไทยโพสต์

ความคิดเห็น