จี้วธ.เร่งผลักดัน ตั้งสภาโหราจารย์ ชี้ทีวีดาวเทียมแหล่งตุ๋น



          ชี้วงการโหรตกต่ำเพราะไร้การควบคุม กระทรวงวัฒนธรรมควรเป็นเจ้าภาพตั้งสภาโหราจารย์เพื่อกำหนดข้อบังคับให้ผู้ทำอาชีพนี้อยู่ในกรอบ
    
ไทยโพสต์ * ชี้วงการโหรจริยธรรมตกต่ำ สาเหตุมีคนแอบอ้างวิชาชีพแสวงหาผลประโยชน์ผ่านรายการทีวี แต่ไม่มีกฎหมายควบคุม ระบุสมาคมโหรไร้เอกภาพ จี้กระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนจัดตั้งสภาโหราจารย์ หวังยกร่างกฎข้อบังคับทางจริยธรรมให้มีผลบังคับใช้ เสนอหมอดูทุกศาสตร์ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้ถูกต้อง

กรณีโครงการมีเดีย มอนิเตอร์ มูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา ได้เปิดเผยผลการศึกษารายการโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ ในสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม พบว่ามีเนื้อหาเป็นพิษภัยต่อสังคม ทั้งการหลอกลวงผู้ชมโดยอวดอ้างข้อมูลเกินจริง นำความเชื่อมาปั้นเรื่องเพื่อหาผลประโยชน์ในการขายเครื่องรางของขลังและวัตถุมงคล โดยพบว่ารายการประเภทนี้มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กลับพบว่าไม่มีหน่วยงานใดๆ เข้ามาควบคุม จึงเรียกร้องให้ กสทช.เร่งหารือกับสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมแห่งประเทศไทย กำหนดข้อบังคับจริยธรรมวิชาชีพ โดยเพิ่มระเบียบข้อบังคับที่ครอบคลุมถึงการนำเสนอเนื้อหาความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์และไสยศาสตร์ด้วย
    
ผศ.ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการมีเดีย มอนิเตอร์ มูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา กล่าวว่า ไม่เพียงแต่รายการทีวีดาวเทียมเท่านั้นที่พบปัญหาการหลอกลวงผู้ชม แต่ยังรวมถึงรายการบันเทิงต่างๆ ทางฟรีทีวีด้วย เช่น มีการนำบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นหมอดูและมีจิตสัมผัสพิเศษที่สามารถสื่อสารภูตผีจิตวิญญาณได้ ซึ่งถือว่าเข้าข่ายหลอกลวงผู้ชมอย่างชัดเจน แต่ทางสถานีกลับปล่อยให้มีการเผยแพร่ออกอากาศให้ผู้ชมหลงเชื่อได้ รายการนี้ก็ได้ผลประโยชน์แอบแฝงจากการใช้หมอดูเป็นผู้สร้างความนิยมเพื่อแสวงหารายได้จากค่าโฆษณา โดยที่เป็นรายการต้มคนดูและชักนำสังคมให้เชื่อเรื่องงมงาย ไม่ก่อให้เกิดสติปัญญาต่อผู้ชม
    
"มีข้อเสนอต่อกระทรวงวัฒนธรรมควรจะเร่งสนับสนุนการก่อตั้งสภาโหราจารย์ที่มีอำนาจในการกำหนดมาตรฐานหลักจริยธรรมโหร หลังจากที่สภาดังกล่าวล้มเลิกไปเนื่องจากการรวมตัวกันเองของกลุ่มโหราจารย์ไม่ประสบความสำเร็จ และภาครัฐไม่เข้ามาดูแลจัดการ ทั้งนี้ ควรนำจรรยาบรรณโหรมาปรับใช้เป็นข้อบังคับที่เป็นมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพและการออกใบรับรองการประกอบวิชาชีพโหร รวมถึงกำหนดบทลงโทษ เพื่อป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้บริโภค และการทำนายอย่างไม่มีหลักการความน่าเชื่อถืออันจะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อสังคม" ผศ.ดร.เอื้อจิต ในฐานะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าว
    
นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมควรเป็นเจ้าภาพในการจัดตั้งสภาโหราจารย์เพื่อกำหนดกฎระเบียบข้อบังคับของโหรให้เกิดการบังคับใช้อย่างเคร่งครัด แม้ว่าสมาคมฯ ได้กำหนดจริยธรรมให้สมาชิกปฏิบัติตามเท่านั้น แต่ไม่มีอำนาจลงโทษ หมอดูที่ไม่มีจรรยาบรรณก็จะไม่รับผิดชอบต่อคำทำนายและไม่คำนึงถึงผลเสียต่อสังคม เช่น ทำให้เกิดความแตกตื่นตกใจ หากเป็นหมอดูมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักในสังคม ก็จะเข้าสังกัดธุรกิจสื่อบันเทิง จึงไม่ร่วมมือในการจัดตั้งสภาโหราจารย์ สรุปก็คือ วิชาชีพโหรและหมอดูแขนงต่างๆ มีปัญหารวมตัวกันไม่ได้ ไม่มีความเป็นเอกภาพหรือปึกแผ่น
    
นายภิญโญกล่าวว่า ปัญหาวิชาชีพโหรทุกวันนี้มีความน่าเชื่อถือน้อยลง เพราะมีบางคนแอบอ้างวิชาโหราศาสตร์ไปเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง แม้อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็เข้าข่ายผิดศีลธรรม ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีจรรยาบรรณ ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานเหตุและผล และความรู้เรื่องดวงดาว บางคนไม่ได้เรียน แต่อ้างว่ามีสัมผัสพิเศษสื่อสารกับผีได้ ก็ทำให้สังคมเหมารวมว่าเป็นหมอดู ขณะที่สื่อสมองกลวงไม่กลั่นกรองข้อมูลก่อนนำเสนอข่าวต่อสาธารณะ ทำให้สังคมได้รับข้อมูลบิดเบือนจากความเป็นจริง
    
"ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่โหราจารย์และหมอดูจะต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำไปโดยไม่มีกรอบจริยธรรม ก็จะยิ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือต่อวิชาชีพนี้เสียหายลงไปเรื่อยๆ เราต้องกอบกู้ความน่าเชื่อถือให้กลับคืนมา โดยสมาคมฯ จะเชิญโหราจารย์หลายคนร่วมกันยกร่างกฎระเบียบข้อบังคับวิชาชีพขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากนั้นก็จะนัดผู้เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกันแสดงความคิดเห็นและลงมติ คาดว่าภายในช่วงเวลา 1-2 เดือนนี้จะจัดประชุมโหรจากสมาคมต่างๆ เพื่อเดินหน้าจัดทำเรื่องนี้ และตั้งสภาโหราจารย์ให้สำเร็จ" นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติกล่าว
    
ด้านนายกรหริศ บัวสรวง โหรอิสระ กล่าวว่า รายการโทรทัศน์ทั้งดาวเทียมและฟรีทีวีก็มีการหลอกลวงผู้ชมเพื่อหวังผลประโยชน์จากการค้าขายหรือทำให้ตนเองมีชื่อเสียง กรณีจิตสัมผัสกับคนตายไปนานแล้วได้เป็นเรื่องที่ไม่ควรนำมาเผยแพร่ เพราะเป็นพิษภัยต่อสังคม และถือว่าเป็นหมอดูของเก๊ เพราะไม่ได้อาศัยหลักทำนายหรือพยากรณ์ตามหลักโหราศาสตร์ ทั้งนี้ จรรยาบรรณของหมอดูต้องไม่ทำนายเพื่อหวังความร่ำรวยเงินทอง แต่ต้องทำให้ผู้คนในสังคมได้ประโยชน์จากข้อมูลการทำนายเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต
    
"ผมก็พยายามผลักดันให้เกิดสภาโหราจารย์ และยินดีร่วมมือกับโหราจารย์ทุกคนที่มีความตั้งใจให้เกิดการควบคุมและป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ ข้อเสนอคือ โหรหรือหมอดูทุกแขนงจะต้องมีใบอนุญาตประกอบอาชีพเช่นเดียวกับอาชีพมัคคุเทศก์ โหรก็ต้องมีใบรับรองเพื่อป้องกันโหรเทียมที่เป็นอันตรายต่อสังคม ทั้งนี้ ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมได้เข้ามาสนับสนุนเรื่องนี้ เพราะวิชาชีพโหราศาสตร์ถือเป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม" นายกรหริศกล่าว.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ Tuesday, February 28, 2012

ความคิดเห็น