เจาะลึก หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา เผย ไม่เคยทายชายกับวิกกี้เลิกกัน ! (ไทยรัฐออนไลน์)



( บทความจากไทยรัฐออนไลน์ )

ทายทัก ชาย – วิกกี้ จดทะเบียนเลิก ถึง จรรยาบรรณโหร...?

ล่าสุดก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมายเรื่องการทายทักเรื่องนี้ หมอช้างย้ำว่าเป็นการเข้าใจผิด และขอชี้แจงตรงนี้กับไทยรัฐออนไลน์ว่า

“เรื่องนี้มีข่าวลงผิด และโพสต์ทูเดย์เอาชื่อผมไปลง แล้วมีเว็บไซต์ผู้จัดการลอกไปลงผิดๆ ซึ่งผมไม่ได้ทายเรื่องนี้แต่เป็นหมอดูอีกคน ซึ่งผมจำชื่อหมอคนนั้นไม่ได้ แต่ผมมีหลักฐาน ซึ่งถ้าคนที่รู้จักผมดีคำทำนายแนวนี้จะไม่ใช่ผม เพราะผมจะไม่พูดถึงบุคคลที่ 3 ผมเป็นหมอที่ทำงานมีจรรยาบรรณในวิชาชีพแล้วก็คิดว่าคนอื่นๆ จะมี กรองคำพูดก่อนเสมอๆ”

หมอช้างบอกว่าส่วนตัวจะมีกฎเหล็กในการทำนายที่ยึดเอาไว้เป็นจรรยาบรรณโหรว่า จะไม่ทายสามีภรรยาให้ราคี ทายชีวิตวิบัติตัดหรรษา ทายคุณโทษทารกทาริกา ทายสามีภรรยาให้คนเลิกกัน

"ผมถือจรรยาบรรณเหมือนกับโหรทายไป ที่ห้ามทายว่าจะตายเมื่อไหร่ ทายว่าลูกคนไหนดีกว่าคนไหนไม่ได้ โยนบาปให้เด็ก แม้กระทั่งการเปิดเผยความลับของลูกค้า หรืออย่างมีข่าวว่า ผมทำของให้ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ เป็นแฟนอั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ ทำไม ผมทำเองไม่ดีกว่าเหรอ (หัวเราะ) ถ้าทำได้นะ ซึ่งเป็นเรื่องไม่จริง”

คงจะไม่ผิดถ้าจะบอกว่า วันนี้ แทบทุกแสงสปอตไลต์ของวงการหมอดูฉายไปยังหมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา เจ้าของฉายาหมอดูไฮโซที่โด่งดัง และได้รับการเชื่อถือมากที่สุดใน พ.ศ.นี้คนหนึ่ง

แต่แปลกที่หลายคนไม่ค่อยจะรู้ชีวิตเบื้องหลังอะไรมากมาย!

ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้คุ้ย "หมอดูคิวทอง" ทุกๆ เรื่องลับๆ และก็ถาม ทุกข้อกล่าวหาตั้งแต่ ดังแล้วลืมตัว เรื่องสถานะเพศที่หลายคนสงสัยว่าเป็นเกย์หรือไม่ ข้อหาที่โดนวิพากษ์วิจารณ์แหลกไปหยกๆ กรณีแนะนำให้ ชาย-วิกกี้ จดทะเบียนเสร็จให้จดทะเบียนหย่าออกสื่อ เรื่องเป็นหมอดูให้หวยเหมาะสมหรือไม่ เรื่องลับๆ ของดวงนักการเมือง

พร้อมกับคำท้าทาย ที่เขาก็กล้ารับคำท้าด้วยว่า ให้พยากรณ์ 4 เรื่องราว (คำทายแรกก่อนการบันทึกเทปเขาบอกว่าวันที่ 16 มี.ค.บวกลบ 7 วันจะเกิดแผ่นดินใหญ่ แล้ววันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลา 17.02 น.ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเขย่าภาคเหนือใหญ่จริงๆ) ระบุวันเวลา ที่จะเกิดในอนาคตมาดูว่าจะแม่นยำหรือไม่ในรูปแบบเนื้อหา และอินเทอร์เน็ตทีวีอย่าจุใจ…!!

ลูกคุณหนู สู่หมอดูไฮโซ…!!

ไฮโซ, คนทั่วไปมักจะมองมองแบบนั้น หมอช้างเริ่มต้นไขข้อสงสัยด้วยน้ำเสียงน่าฟัง เจือเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเหมือนในทีวี พร้อมกับย้อนความทรงจำว่า ชีวิตที่ผ่านมาตนเองเจอมาหลายอย่าง ตั้งแต่จนกระทั่งมีเงิน มีคนขับรถให้นั่ง มีรถหรูให้เปลี่ยนหลายคัน มีเงินทองใช้จ่ายมากมาย แล้วก็กลับมาไม่มีอะไรอีกครั้งเพราะพิษเศรษฐกิจปี พ.ศ.2540

“ตอนเด็กๆ ผมจน กระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยคุณพ่อก็สร้างเนื้อสร้างตัวจากธุรกิจอุตสาหกรรมทำให้มีฐานะขึ้น รวยขนาดที่ว่ามีคนขับรถไปไหนมาไหนให้ มีรถสวยๆ ให้เปลี่ยนหลายคัน มีเงินใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเก็บ แต่พอไฟแนนซ์โดนปิด สภาพคล่องในบริษัทประสบปัญหาหนัก ทำอะไรมาแทนที่เงินจะเข้าบริษัท แต่แบงก์ก็เอาไปหมด แต่โชคดีที่พวกเราเริ่มต้นจากความลำบาก และผมก็ไม่ได้เป็นประเภทมนุษย์ล้างผลาญ แม้สิ่งอำนายความสะดวกจะหมดไป ต้องกลับมานั่งรถเมล์แต่ก็ทำใจได้ เพราะเคยลำบากมาก่อน โชคดีที่ผมมีความรู้ทางสิ่งที่เรียน มีความรู้เรื่องโหราศาสตร์ที่ติดตัวมาด้วย จึงบอกกับทางบ้านว่า หลังจากนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะดูแลเองตัวเองไม่รบกวนบ้าน”

เส้นทางสายโหรา !

ถึงแม้จะเคยเรียนวิชาโหราศาสตร์ไทยและศาสตร์เกี่ยวกับฮวงจุ้ยมาบ้าง (เขาบอกว่าเด็กๆ ไม่ได้อยากเรียน แต่ที่เรียนเพราะได้ค่าขนมเพิ่ม และก็ไม่เคยฝันว่าอยากจะทำอาชีพนี้) หลังจากตกผลึกในการตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ถนนเส้นโหรา โดยเริ่มต้นจากศูนย์ (บางครั้งไม่มีเงินก็โหนรถเมล์ไปดูดวง) สั่งสมชื่อเสียงระยะใหญ่ จึงหยิบยืมเงินคนสนิทกำเงินแสนมุ่งหน้าไปเข้าคอร์สสั้นๆ วิชาฮวงจุ้ยกับอาจารย์ “ลิลเลียน ทู” ชื่อดังที่มาเลเซียเพิ่มเติม

“ผมไปมาเลเซียแบบหยิ่งๆ หยิ่งเพราะภาษาอังกฤษแย่มาก (หัวเราะ) ภาษาผมไม่หลงทาง ไม่อดตายเท่านั้น และวันสุดท้ายก็ดันเป็นหัวหน้าจะต้องออกไปพรีเซนต์สิ่งที่เรียนมาอีก ตอนออกไปก็นึกถึงสุภาษิตไทยที่ว่า 1 ภาพแทนคำบรรยายนับพันคำ จึงเน้นวาดรูปเยอะๆ พูดน้อยๆ”

สุดท้ายทีมหมอช้างก็คว้ารางวัลที่ 1 มาครอง สื่อก็มาสัมภาษณ์และนำลงแมกกาซีน ส่งผลให้หมอช้าง เป็นที่รู้จักและได้ทำงานที่นั่นระยะหนึ่ง (สไตล์ของเขาคือเอาดวงคนมาแมตช์กับการดูฮวงจุ้ย!) หลังจากนั้นก็กลับมาใช้หนี้ ถึงปัจจุบันนี้ด้วยความเป็นคนที่ชอบศึกษา หากมีโอกาสก็จะไปเรียนศาสตร์ฮวงจุ้ยที่มาเลเซีย สิงคโปร์ เพื่อเติมปัญญาให้กับตนเอง

อิมเมจ ใบเบิก...!!

นิตยสารอิมเมจคือใบเบิกทาง พูดแบบนั้นก็คงไม่ผิดเพราะการลงเรื่องราวในนิตยสารอิมเมจ ทำให้หมอดูหนุ่มไฟแรงในยุคเมื่อ 10 ปี โดดเด่นและกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นมากมาย “ผมมีคอลัมน์ดูฮวงจุ้ยดูดวงอยู่ในนั้น พอมีธีมโหรหน้าใหม่เลยมาสัมภาษณ์ทำให้คนรู้จักและสนใจอาชีพนี้เพิ่มมากขึ้น จะว่า 10 กว่าปีก่อน นักโหราศาสตร์รุ่นไม่มีเพื่อนร่วมรุ่นเลย มีผมโผล่มาคนเดียวที่เรียนมาในแนววิทยาศาสตร์แล้วมาศึกษาในแนวโหราศาสตร์ แล้วก็เริ่มต้นเป็นอาชีพเป็นจริง เป็นจัง คงจะไม่ผิดหากจะกล่าวว่าผมเป็นคนที่จุดกระแสให้คนรุ่นใหม่มาสนใจอาชีพนี้ในยุคนั้น”

อุตสาหกรรม การเมืองสู่ หมอดูดาราเต็มตัว

ถ้าว่ากันเป็นวงการ ทศพร ศรีตุลา เริ่มต้นจากการดูดวงในวงการอุตสาหกรรมก่อนจะแวะมาดูการเมืองบ้างประปราย กระทั่งวันนี้เรียกได้เต็มปากว่าหมอดูวงการบันเทิง

“การดูหมอของผมจริงๆ มันเป็นการดูแล้วบอกต่อตลอด ไม่เคยโฆษณาตัวเอง อย่างเข้ามาทำงานกับแกรมมี่ได้ก็เพราะว่าผมเคยไปดูบริษัทบันเทิงแห่งหนึ่งแล้วเขาก็เอามาบอกต่อกัน แต่ผมเริ่มต้นจากดูฮวงจุ้ยวงการอุตสาหกรรมก่อน จากนั้นก็เริ่มมีนักการเมืองมาให้ผมดูเยอะหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่เปิดเผยไม่ได้ ซึ่งการดูการเมืองก็ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องการเมืองล้วนๆ และก็ไม่ได้เป็นการดูเพื่อฟาดฟันกันเสมอไป เพราะผมรู้จักกับหลายพรรค จะไปแนะนำฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้ทำร้ายกันก็ลำบาก แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้ดูแล้วเพราะว่าการเข้ามาทำงานวงการบันเทิงเต็มตัว มันยุ่งมากเวลาว่างแทบจะไม่มี”

ดังแล้วลืมตัว...? 

เวลา่ว่างแทบจะไม่มี ดังแล้วลืมตัว ก็ถือเป็นอีกข้อครหาหนึ่งที่ถูกหลายคนตั้งข้อสงสัย หมอช้างปฏิเสธและบอกว่าการที่คนดังแล้วลืมตัวมันต้องรู้สึกก่อนว่าตัวเองดัง แต่นี่ตนเองยังไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองดังเลย

“ถามว่าเพราะอะไร 1.ผมเจอแต่กลุ่มคนเดิมๆ ก็เลยไม่รู้สึกว่าดัง บางคนไปเรียกผมว่าหมอดูไฮโซ ก็ไม่จริง ผมเนี่ยเจอรถเข็นลูกชิ้นปิ้งวิ่งเข้าใส่เลย ชอบกินมากมาทำงานบ่อยครั้งที่นั่งมอเตอร์ไซค์วิน ผมเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ส่วนตัวไม่รู้สึกว่าโด่งดังอะไร ซึ่งถ้ารู้สึกว่าตัวเองดัง อาจจะทำเป็นคนอีกแบบ ไม่ใช่แบบนี้แน่นอน ที่สำคัญผมเป็นคนที่มีความรู้สึกในการทำงานเหมือนเดิม ไม่ได้ขวนขวายเพื่อให้เกิดชื่อเสียงเท่าไหร่ เพราะถ้าอยากจะดังตนมีคอนเทนต์ลับๆ มากมายที่เก็บไว้ พูดออกมาก็ดังแล้ว แต่ถือว่าไม่ใช่วิถีอาชีพของตนเอง” หมอดูไฮโซกล่าว

วิพากษ์หมอดูให้หวย เหมาะสมหรือไม่...!

แม้ว่าได้ชื่อว่าเป็นหมอดูไฮโซ แต่ก็ใบ้หวยในรายการทีวีดาวเทียม เรื่องนี้ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่หนักหนาพอสมควร

“การให้หวยถือเป็นเรื่องที่คนมีความคาดหวังกับผมมาก (หัวเราะ) เรื่องมันเกิดจากการที่คนดูคนฟังได้ยินสิ่งที่ผมพูดแล้วเอาไปตีเลขกันเอง อย่างทริปไปลงเรือเขาก็เอาเลขวันที่ไปไปตีเลขกัน ขนาดถ่ายรูปตัวเองไปโพสต์ในเฟซบุ๊กคนยังเอาไปตีเป็นเลขกันเลย รายการแฉแต่เช้าเขาก็ชอบเชิญผมไปออกช่วงต้น-ปลายเดือน ดีเจก็ชอบถามแต่เรื่องหวยๆ ตลอด (หัวเราะ) ซึ่งผมอยากจะบอกว่าการพนันเป็นสิ่งที่ไม่ดี ถ้าแทงผิดนะ (หัวเราะ) มีคนถามว่าทำไมรู้แล้วไม่ซื้อเอง อยากจะบอกว่าผมไม่เล่นการพนัน ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ สมัยวัยรุ่นอาจจะมีบ้าง แต่พอเจออาจารย์สอนวิชาดูหมอ ดูฮวงจุ้ยเขาก็ห้าม อย่างการพนันผมไม่แตะเลย และที่สำคัญผมไม่เคยบอกเลยว่างวดนี้จะออกตัวไหน ผมพูดในเรื่องดวงดาว ซึ่งคนที่ใบ้หวยจริงๆ ก็คือคนฟัง เอาสิ่งที่เราพูดไปใบ้กันเอง ให้เป็นมุกตลกสนุกๆ ซะมากกว่า ไม่อยากให้ซีเรียสอะไร”

ค่าดูหมอ 7 หลัก...!

เรื่องนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน หมอช้างอธิบายว่า ไม่ใช่เรื่องจริงแม้แต่นิดเดียว "ผมไม่ได้เป็นหมอดูที่ดูฟรี แต่ผมไม่ได้คิดเรื่องเงินก่อน ผมไม่ใช่หมอดูที่ต้องโอนเงินแล้วจะไปดูให้ ผมไม่สนใจว่าคุณจะเป็นใครจะรวยจนแค่ไหน ถามว่าแพงสุดเท่าไหร่ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ยกตัวอย่าง ถ้าคุณมีบริษัทอยู่แล้วให้ผมเป็นที่ปรึกษาว่าจะจัดฮวงจุ้ยคอนโดก็ต้องเริ่มตั้งแต่ดูที่ดิน การลงเสาทิศทางการตกแต่งสวน ตกแต่งห้อง ฯลฯ จนเสร็จสิ้นก็ต้องดูการเสริมกันอีก จึงไม่รู้จะจบที่เท่าไหร่ ที่สำคัญต้องบอกคุณว่าจะต้องไม่ตัดสินหมอดูที่ราคาเพราะราคาแพงใช่ว่าจะดีเสมอไป”

หมอช้างเป็นเกย์... ? 

เรื่องส่วนตัว เรื่องความรัก หมอดูไฮโซชื่อดังผู้นี้ ก็ไม่มีคนพูดถึงเท่าไหร่ เขาเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีแฟนแล้ว แต่ไม่บอกว่าเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย

“ผมเป็นเกย์หรือเปล่าถามกันมาเยอะ (หัวเราะ) แฟนรายการก็ SMS ถามกันบ่อยผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะเขาอาจจะเห็นเราอยู่กับ มดดำ เจ้าของฉายา คชาภา พญาเกย์ ด้วยมั้ง ยิ่งอาชีพผมต้องทำงาน 7 วัน ระยะ 4-5 ปีหลัง ผมทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า กลับดึกๆ ก็ยังต้องทำงาน เป็นแบบนี้หลายปี จนแทบไม่มีเวลาโทรหรือรับโทรศัพท์ ผมรับโทรศัพท์ได้มี 2 ช่วง 1.กินข้าว 2.เดินทาง กลางคืนคือช่วงเวลาที่ผมมีเวลามาก แต่ใครจะมาว่างคุยกับผม จึงกลายเป็นว่าวันนี้เรื่องส่วนตัวก็ห่างไป ไม่ได้เป็นเรื่องแรกๆ ของชีวิตที่ต้องคิดถึง”

ส่วนสเปกคู่ครอง หมอช้างบอกว่า ตนเป็นคนที่มองคนที่ใจมากกว่า หน้าตาก็ไปวัดไปวาด้วยกันได้ แต่ไม่ได้หมายถึงเลิศเลอเพอร์เฟกต์อะไร คนที่คุยอยู่ก็อยู่นอกวงการบันเทิงไม่ใช่ดารา

“ผมเป็นคนไม่ค่อยมีสเปก และไม่ค่อยเข้าใจคำนี้ ผมโตมาในครอบครัวที่มีความอบอุ่น คุณแม่ผมเป็นคนที่ดูแลลูกๆ ได้เป็นอย่างดี แบบอย่างของคู่เราต้องมองในสิ่งที่เราเติบโตมา ด้วยการดูแลเอาใจใส่ครอบครัวได้ ไม่ถึงขั้นตำน้ำพริกได้ ทำแกงส้มได้อร่อย หรือว่าแกะสลักใบตองได้ อย่างน้อยก็ต้องเหมือนแม่ผม การเป็นคู่กันมันก็ต้องส่งเสริมกันทั้งคู่ ส่วนเรื่องแต่งงานตอนนี้ยังไม่คิดถึง วันนี้ผมยังจัดระบบงานของตัวเองไม่ได้ ถ้าแบ่งเวลาตัวเองยังไม่ลงตัวแล้วจะแบ่งเวลาให้กับคนอื่นได้อย่างไร ซึ่งตอนนี้ผมพยายามจัดระเบียบชีวิต ตัดทอนสิ่งซ้ำซ้อนกัน อย่างน้อยๆ ให้มีเวลาออกกำลังได้บ้าง ที่สำคัญ ผมดวงเป็นคนที่แต่งงานยากมาก บางคนเวลาดูดวงฤกษ์แต่งงานนั้นเขาดูที่ความพร้อม แต่สำหรับผมถ้าเวลาเป็นแบบนี้ แต่งไปก็เลิกกันเปล่าๆ”

โรงเรียนและหลักสูตรหมอดู - ผมจะไม่เล่นการเมือง!

สุดท้ายหมอดูชื่อดัง บอกเส้นทางในสายงานนี้หลังจากนี้ว่า ความใฝ่ฝันว่าอยากจะเปิดโรงเรียนสอนและให้ความรู้กับคนที่สนใจในศาสตร์นี้

“เป็นความตั้งใจ ที่อยากจะถ่ายทอดความรู้อย่างเป็นจริงจัง ร่างเป็นหลักสูตรหมอดูอย่างชัดเจน และที่สำคัญโรงเรียนผมไม่อยากสอนความรู้อย่างเดียว เราอยากสอนให้คนมีความรู้และใช้ในทางที่ถูกต้อง แต่อย่างที่รู้ก็คือการสอนวิชานี้ผมอยากจะสอนด้วยตัวเอง ดังนั้นจะสอนๆ หยุดๆ ไม่ได้ ผมยังไม่มีเวลาแต่มันติดอยู่ในใจว่าอยากจะสร้างและพัฒนาอาชีพนี้ให้มีคุณภาพ และก็มีแพลนว่าจะออกหนังสือดูดวงอีกเล่มหนึ่ง เร็วๆ นี้คาดว่าจะเสร็จ”

สนิทกับนักการเมืองดูนักการเมืองมาเกือบหมดวงการ อนาคตจะเล่นการเมืองไหม…? หมอช้างบอกว่า ไม่เพียงไม่เล่น มันยังไม่เคยมีอยู่ในสารบบตนเองเลย

“ผมรู้สึกว่าการทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองมันมีหลายวิธีการ นักการเมืองคงเป็นอีกวิธีหนึ่งเหมือนกัน แต่ตัวเรามันคงไม่เหมาะ นักการเมืองมันต้องมีบุคลิกที่ชัดเจนมาก มันต้องมีคอนเน็กชั่นมากมายมหาศาล แต่ผมกลับกลายเป็นวันๆ เจอกับคนกลุ่มเดิมๆ หาเสียงไม่ได้ มันก็คงยากที่จะเป็นนักการเมืองชั่วชีวิต” หมอดูชื่อดังแห่งยุคนี้กล่าวทิ้งท้าย

**หมอช้างกับเรื่องที่ควรรู้**

1.คนแรกที่หมอช้างดูดวงคือตัวเองดูเพื่อพิสูจน์ความแม่นยำ

2.หมอช้างบอกว่าเป็นคนที่ไม่มีเซนต์ ไม่มีความพิเศษเหมือนกับการกล่าวอ้างของหมอดูยุคนี้หลายๆ คน แต่สิ่งที่เขาเชื่อก็คือ หมอดูสมควรจะมีคือคอมมอนเซนต์ ไม่ใช่ซิกเซนต์

3.ชื่อเล่นว่าช้าง (หมอช้างเป็นน้องคนสุดท้อง คนแรกชื่อเอ คนที่สองชื่อเหน่ง คนที่สามชื่อจ๋า) เป็นชื่อที่คุณพ่อตั้งให้ นอกจากเป็นสัตว์มงคลในทางโหราศาสตร์ ช้างยังเป็นตัวแทนของดาวราหู ที่สำคัญอยากมีความเป็นไทยไม่อยากให้เป็นฝรั่งจนเกินไป เพราะช้างก็เป็นสัญลักษณ์ธงชาติมาก่อน

4.ส่วนชื่อ ทศพร ศรีตุลา เป็นชื่อที่อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ตั้งให้

5.หมอช้างเป็นนักกินของอร่อยตัวยง อยากรู้ว่าร้านไหนอร่อยไม่ว่าจะแพงหรือถูก กระซิบถามหมอช้างได้

6. แม้จะทำงานและมีธุรกิจอยู่กับแกรมมี่ แต่หมอช้างไม่ได้เซ็นสัญญาใดๆ กับยักษ์ใหญ่อโศก เขาเรียกตัวเองว่าเป็นฟรีแลนซ์รับงานได้หมด แต่ด้วยมารยาท การรับงานกับบริษัทคู่แข่งขันทางธุรกิจกับแกรมมี่ก็เป็นเรื่องที่เขาบอกว่าไม่ควรทำ

ความคิดเห็น