ประเทศยูเครน เปิดตัว พังพอนเฟรด ทำนายผลยูโร ปี 2012


วันที่ 30 พ.ค. 2555 หลังจากที่ "หมึกพอล" เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการทำนายผลฟุตบอลโลก 2010 ในฟุตบอลยูโรครั้งนี้ เราคงต้องมารอดูผลงานของ "เจ้าพังพอนเฟรด" กันบ้าง ติดตามรายละเอียดในความเคลื่อนไหวยูโร 2012 วันนี้

ฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 ของยูเครน แถลงข่าวเปิดตัว "เจ้าพังพอนเฟรด" หรือ Fred the Ferret ที่ยูเครนจะใช้ในการทำนายผลการแข่งขัน โดยเจ้าเฟรดจะมีเวลา 15 นาที ในการที่จะทายว่าทีมใดจะเป็นผู้ชนะ ด้วยการเลือกกินอาหารในจานที่มีธงชาติของทีมที่กำลังจะแข่งขัน เพื่อให้แฟนบอลในแฟนโซนได้ลุ้นตาม โดยก่อนหน้านี้ โปแลนด์ก็เปิดตัว "ช้างซิตตา" ที่จะร่วมทำนายผลฟุตบอลยูโร 2012 แล้วเช่นกัน

ฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 ของโปแลนด์และยูเครน ตำหนิการนำเสนอสารคดีเกี่ยวกับเหตุการณ์การเหยียดสีผิวและการประท้วงในสนามฟุตบอลของโปแลนด์และยูเครนในอดีตของสถานีโทรทัศน์บีบีซีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยบอกว่าแม้ประเทศตนจะมีปัญหาเรื่องความแตกต่างในเชื้อชาติอยู่บ้าง แต่ก็ปกครองกันได้แบบไม่มีปัญหา และไม่เข้าใจว่าจะมีใครได้ประโยชน์จากการนำเสนอเนื้อหารายการเช่นนี้ พร้อมยืนยันว่าแฟนบอลชาวต่างชาติจะได้รับความสะดวกและปลอดภัยตลอดการเดินทางมาชมฟุตบอลยูโร 2012 อย่างแน่นอน


ส่วนวันที่ 25 พ.ค. 2555 ที่ผ่านมา ประเทศโปแลนด์ส่งช้างทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 เช่นกัน โดยจะใช้งวงคว้าผลไม้ที่มีชื่อทีมปรากฏอยู่  แตกต่างจากยูเครน ประเทศเจ้าภาพร่วมเลือกหมูทำนายผล 

ชิตตา จากสวนสัตว์ทางใต้ของเมืองคราคอฟ จะเริ่มทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 ครั้งแรก ในวันที่ 6 มิถุนายน หรือ ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น 2 วัน  

ผู้อำนวยการสวนสัตว์ในโปแลนด์ กล่าวถึง ชิตตา ว่า ระหว่างที่ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชนได้กลืนลูกฟุตบอลลงไป  แต่ลูกบอลทำจากหนัง ไม่ใช่พลาสติก จึงไม่ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร ทั้งนี้ ชิตตา เคยสร้างชื่อให้ตัวเองด้วยการทายผล แข่งขันฟุตบอลยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ว่า เชลซี จะชนะ บาเยิร์น มิวนิก

 วิธีการทายผลของ ซิตตา คือ ใช้งวงเลือกแอปเปิล 3 ลูกจากโหลแก้ว  แอปเปิล 2 ลูกจะมีชื่อทีมติดไว้ หากเลือกลูกใดหมายถึงทีมนั้นเป็นฝ่ายชนะ ส่วนแอปเปิลลูกที่ 3 จะติดป้ายผลเสมอกัน   พังชิตตาจะเริ่มงานแรกคือการแข่งขันนัดเปิดสนามระหว่าง โปแลนด์ กับ กรีซ ซึ่งจะเตะกันที่สนามกีฬาแห่งชาติกรุงวอร์ซอวันที่ 8 มิถุนายนนี้
ขอขอบคุณข่าวจาก : สำนักข่าวไทย

ความคิดเห็น