<--- นับถอยหลัง วันสิ้นสุดโลก รหัสผวา 21/12/12 อวสานจริงหรือ?

เป็นเลขวัน-เดือน-ปี ที่ถือว่า “เลขสวย” มากเลยทีเดียว สำหรับวันที่ 12 เดือน 12 ตามปฏิทินสากล ปี ค.ศ.2012 หรือ “12/12/2012” แต่กระนั้น...กับชุดเลขวัน-เดือน-ปี ที่มีเลข 1 เลข 2 เป็นเลขเด่น ที่ผู้คนทั่วทุกมุมโลกน่าจะให้ความสนใจมากกว่า คือ “21/12/2012” วันที่ 21 เดือน 12 ตามปฏิทินสากล ปี ค.ศ.2012

“21/12/2012” เป็นทั้งเลขสวย และ “เลขซวย” เพราะมีกระแสลือว่าคือเลข “รหัสวันสิ้นโลก”
ทั้งนี้ “21/12/2012” วันที่ 12 เดือน ธ.ค.ปี ค.ศ.2012 หรือ พ.ศ.2555 นี้ เป็นวันที่มีกระแสลือว่าจะเป็นวันสิ้นโลกโดยมีการตีความยึดโยงกับ “ปฏิทินมายา” ปฏิทินโบราณอายุราว 5 พันปี ของชนเผ่ามายา อย่างไรตาม กับกระแสลือเรื่องสิ้นโลกนั้นจริง ๆ มิใช่เพิ่งจะมามีกรณี “21/12/2012” แต่มีมานานแล้วกับหลาย ๆ กรณี

ยกตัวอย่างเช่น... ในปี พ.ศ.2371 มีนักดาราศาสตร์เยอรมนีคำนวณว่า จะมีดาวหางดวงหนึ่งโคจรผ่านโลกในระยะใกล้มากจนทำให้อากาศบนโลกเป็นพิษเพราะฝุ่นละอองดาวหาง ซึ่งผู้คนจำนวนหนึ่งก็แตกตื่นว่าจะเป็นวันแห่ง “จุดจบของมนุษยชาติ” และบางกรณีก็ลือว่า จะมีดาวอื่นมาชนโลก ในปี 2546 หรือบางกรณีก็ ทำนายว่า “โลกจะหายนะ” ในวันที่ 21 พ.ค. 2554  แล้วตอนหลังขยับเป็น 21 ต.ค. 2554

ในปี พ.ศ.2405 มีนักดาราศาสตร์อเมริกัน 2 คนคำนวณว่า วันที่ 14 ส.ค. ปี พ.ศ.2669 จะมีดาวหางดวงหนึ่ง เส้นผ่าศูนย์กลางราว 10 กิโลเมตร โคจรมาใกล้โลก ซึ่งถ้าดาวหางดวงนี้ชนโลกจะร้ายแรงเท่าระเบิดนิวเคลียร์ 1 ล้านลูก และแม้นักดาราศาสตร์จะชี้ว่าโอกาสชนมีเพียง 0.01% แต่ก็ไม่วายเกิดเสียงลือเรื่องวันสิ้นโลก หรืออีกกรณีคือ วันที่ 13 เม.ย. ปี พ.ศ.2572 ดาวเคราะห์น้อยชื่ออะโพฟิสจะโคจรผ่านมาใกล้โลกมาก ๆ เมื่อเทียบกับดาวเคราะห์น้อยดวงอื่น ๆ ที่มีวงโคจรใกล้โลกที่มีการค้นพบ โดยอัตราส่วนโอกาสชนโลกคือ 1 ใน 38 หรือ 2.6% ซึ่งแม้นักดาราศาสตร์จะคำนวณได้ว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะไม่ชนโลก หรือแม้แต่ดวงจันทร์ จะแค่เฉียดผ่านโลกด้วยระยะห่างราว 64,400 กิโลเมตร แต่กรณีนี้ก็จุดกระแสวันสิ้นโลกเช่นกัน

อีกกรณีร่ำลือ ที่โยงกับปี ค.ศ.2012 หรือ พ.ศ.2555 ด้วย แต่ไม่ได้โยงกับปฏิทินมายา คือลือกันในช่วงปี 2552 ว่า เมื่อถึง ปี พ.ศ.2555 จะเกิดมหาอุทกภัยน้ำท่วมโลก โดยลือลงรายละเอียดกันว่าเรื่องนี้ผู้ที่เปิดเผยเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ทำงานในองค์การนาซ่าของสหรัฐอเมริกา ลือกันด้วยว่าทางนาซ่าแอบสร้างยานอวกาศเพื่ออพยพผู้คนหนีภัยน้ำท่วมโลกไว้แล้ว และยิ่งไปกว่านั้นคือลือกันว่า มีมนุษย์ต่างดาวมาช่วย โดยสื่อสารด้วยโทรจิต มาถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านนาซ่าเพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดจากน้ำท่วมโลก แต่มนุษย์ที่ถูกเลือกเท่านั้นที่จะรอดเหล่านี้ก็เป็นตัวอย่างกระแสลือ-เรื่องที่ทำให้ลือกับการ “หวาดผวา” ของชาวโลก เรื่อง “สิ้นโลก”

และกับกระแสสิ้นโลกที่มีมาแต่อดีตกาล ทั้งที่เป็นเรื่องลือล้วน ๆ และที่อิงกับเรื่องจริงบางส่วน ก็ถึงขึ้นมี “ทฤษฎีสิ้นโลก (Doomsday Theories)” ชี้ว่า การสิ้นโลกจะเกิดได้จาก “เหตุปัจจัย 10 ประการ” คือ...

“สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ” โดยสัญญาณสำคัญคืออีกไม่นานผึ้งจะสูญพันธุ์จากโลก เพราะพิษสิ่งแวดล้อม ยาฆ่าแมลง การตัดแต่งพันธุกรรมพืช คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่ง ส่งผลต่อพืช ทำให้เกิดวิกฤติอาหารทั่วโลก

“น้ำมันขาดแคลนอย่างสิ้นเชิง" ปัจจัยนี้ก็เชื่อว่าจะทำให้โลกหายนะได้ เชื่อว่าหากยังไม่มีการพัฒนาเชื้อเพลิงอื่นใช้แทนน้ำมันได้อย่างจริงจัง ไม่เกินปี ค.ศ.2020 โลกจะไม่มีน้ำมันเหลืออยู่เลย จนเกิดกลียุค
          
“ก่อการร้ายทำลายโลก” ตั้งแต่หลังเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อ 11 ก.ย. ปี พ.ศ.2544 ปัจจัยนี้ก็แพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเชิงที่ว่า อาจมีการก่อเหตุร้ายแรงระดับหายนะทั้งโลก

“สงครามโลกครั้งที่ 3 - สงครามนิวเคลียร์" เชื่อว่าถ้าเกิดขึ้นสงครามรูปแบบนี้ขึ้นจะทำลายสภาพอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ จนเกิดการแย่งชิงทรัพยากรครั้งใหญ่ และ ประชากรโลกจะเสียชีวิตเป็นเบือ

“วิกฤติโลกร้อน" เชื่อว่าภายในปี ค.ศ.2100 สภาพอากาศจะยิ่งเปลี่ยนแปลงรุนแรง โลกร้อนมากขึ้นจนทำลายสมดุลธรรมชาติ คาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มสูงไปทั่ว เกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย ทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นต่อมนุษย์ ชาวโลกต้องอพยพ และแย่งชิงกันจนโลกเกิดกลียุคร้ายแรง

“ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่" เชื่อว่าทุก 5-6 หมื่นปี ลาวาใต้พิภพจะปะทุรุนแรงจนภูเขาไฟต่าง ๆ ระเบิดครั้งใหญ่ อุณหภูมิโลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนสิ่งมีชีวิตล้มตายเพราะปรับตัวไม่ทัน

“มนุษย์ต่างดาวบุกโลก" เชื่อว่าอีกไม่นาน จะมีมนุษย์ต่างดาวมาบุกดาวโลก ซึ่งจะมาทำอะไรกับโลกและชาวโลกบ้างก็ยังไม่รู้ แต่กระนั้นเรื่องมนุษย์ต่างดาวบุกกับประเด็นสิ้นโลกนี่ก็เชื่อกันไม่น้อยในทุกมุมโลก

นอกจากปัจจัยดังที่ว่ามาแล้ว อีก 3 เหตุปัจจัยที่เหลือนั้นก็มีการยึดโยงกับกระแสลือสิ้นโลกในปี ค.ศ.2012 นี้ กล่าวคือ... “ภัยพิบัติจากดวงอาทิตย์" เชื่อว่าหาก ดวงอาทิตย์เกิดการปะทุครั้งใหญ่มาก ๆ ความร้อนจะแผ่มาแผดเผาโลก, “สนามแม่เหล็กโลกเปลี่ยนขั้ว" เชื่อว่าเกิดทุก 2.5 แสนปี เมื่อเกิดขึ้น สภาพอากาศโลกจะกลับด้าน เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง พายุหมุนกระหน่ำโลก, “ดาวนิบิรุชนโลก" เชื่อว่า เป็นดาวลึกลับในตำนาน ขนาดใหญ่กว่าโลก และในปี ค.ศ.2012 มีวงโคจรทับกับโลก จะพุ่งเข้าชนโลกจะเห็นได้ว่ากระแสลือเรื่องสิ้นโลกมีหลากหลาย

แล้วก็ลือแรงว่าจะเกิดปีนี้ โดยโยง “ปฏิทินมายา”

“ปฏิทินมายา” นั้น โดยสังเขปคือ ปฏิทินโบราณอายุราว 5 พันปี ของชนเผ่าโบราณแห่ง อาณาจักรมายา ซึ่งข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ระบุว่า เป็นอาณาจักรโบราณในอเมริกากลาง มีพื้นที่บริเวณประเทศเม็กซิโกคาบเกี่ยวกับเบลีซและกัวเตมาลา เคยมีความรุ่งเรืองช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาล จนถึง ค.ศ.1502 มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่นครวากา ปัจจุบันคือเอลเปรู มีอายุร่วมสมัยเดียวกับอารยธรรมเตโอตีอัวกาน

อาณาจักรมายาปกครองด้วยระบบเทวกษัตริย์ ชาวมายานับถือเทพเจ้า เช่น สุริยเทพ วสันตเทพ มรณเทพ แต่ก็มีความสามารถทางดาราศาสตร์ ทำนายเวลาเกิดสุริยุปราคา-จันทรุปราคาได้ รวมถึงรู้จักทำปฏิทินใช้และปฏิทินมายานี่เอง ที่มีการตีความ “วันสิ้นสุดปฏิทินมายา” วันที่ 21 ธ.ค. ปี ค.ศ.2012 หรือ “21/12/2012” ว่าเป็น “วันสิ้นโลก” โดยยึดโยง 3 เหตุปัจจัยตาม “ทฤษฎีสิ้นโลก” ดังที่ได้ระบุมาข้างต้น

ทั้งนี้ เรื่อง “มายา” นี้มีข้อมูลออกมาแล้วมากมายต่อเนื่อง ดังที่ทราบ ๆ กัน อย่างไรก็ตาม กับ “รหัสผวาสิ้นโลก” ที่มีการตีความยึดโยงกับวันสิ้นสุดปฏิทินมายา “21/12/2012” นั้น แม้ว่าจะมีข้อมูลในทางวิชาการจากหลายส่วนชี้ว่า “ไม่จริง” แต่เอาเข้าจริงในทุกมุมโลก “ก็ยังมีคนผวา” ซึ่งก็น่าคิดว่า “ทำไม??” และกับประเด็น “ความเป็นไปได้ในการเกิดวันสิ้นโลกมีหรือไม่??” นี่ก็ใช่ว่าไม่น่าคิด?? ซึ่งทั้งเหตุที่ชาวโลกยังผวา และกับความเป็นไปได้-เป็นไปไม่ได้ในการเกิดวันสิ้นโลก ...
ชมภาพยนตร์ 2012 วันสิ้นโลกพากย์ไทย 
ตอน 1

ตอน 2


ขอขอบคุณ : www.dailynews.co.th

ความคิดเห็น