หมอลักษณ์ฟันธง เตือน เสาร์ราหูเล็งชาตาเมือง อันตรายกลียุค ดวงเมืองแตก มหาภัยพิบัติในแผ่นดิน


ที่มา : พยากรณ์โดย อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ วันที่ 24 มิถุนายน 2556 
     เหตุการณ์เรื่องราวมากมายนำไปสู่คำถามที่คนส่วนใหญ่ใคร่รู้ ในเรื่องราวของชะตาบ้านชะตาเมือง ผมลักษณ์ เรขานิเทศ จึงขอวิเคราะห์ความเป็นไปในมุมทางโหราศาสตร์ อันจะนำไปสู่การเตือนสติ ให้ข้อคิด และบอกแนวทางให้ระมัดระวัง

     ดวงชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์ ถือกำเนิดในวันที่ 21 เมษายน พุทธศักราช 2325 เวลารุ่งแล้วเก้าบาท ลัคนาดวงเมืองสถิตย์อยู่ในราศีเมษ ซึ่งคำว่า "ฟันธง ชะตาเมืองอันตรายกลียุค ดวงเมืองแตก" ไม่ได้เป็นคำพูด หรือความคิดของผม แต่ตีความมาจากความหมายในบริบททางโหราศาสตร์ ที่นักปราชญ์ในฝ่ายนี้ทุกท่าน จะต้องเห็นตรงจากทฤษฎีเดียวกัน ว่าด้วยเรื่องของดาวเสาร์ และดาวราหูจร ในปัจจุบัน ตามคัมภีร์สุริยยาตร์ โคจรอยู่ในราศีตุลย์ อันเป็นจุดเล็งชะตาเมือง ตามพระคัมภีร์ในฝ่ายโหรา กล่าวไว้ชัดเจนว่า"เสาร์เพ่งเล็งลัคน์แล้วอสุรา ภุมเมรอัษฎาว่าไว้ จันทร์เป็นสิบเอ็ดแก่ราหูเล่า อาภัพอัปพากย์ให้ โทษแท้ประเหิรหิน" ตีความคือ หากดาวเสาร์ หรือราหู โคจรเล็งชะตาบุคคล หรือ ในพื้นดวงชะตามีเสาร์ราหูเล็งมาตั้งแต่เกิด จะทั้งเสาร์ทั้งราหู หรือมีเสาร์เล็ง ราหูเล็ง ทางบรมครูโหรท่านว่า "ดวงแตก"

     ซึ่งในขณะนี้ ดาวเสาร์และดาวราหู โคจรเล็งชะตาเมืองพอดิบพอดี และจะสมาศัพท์ร่วมทั้งราศี ร่วมทั้งองศา ในวันที่ 6 - 7 -8 ตุลาคมนี้โดยประมาณ (ในวันที่ 7 ตุลาคม องศาของดาวเสาร์และราหู จะสนิทกันที่ 14 องศา ณ ราศีตุลย์) เหตุการณ์ก่อน และหลังในห้วงช่วงเวลาดังกล่าว ถือว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่จะเกิดวิกฤติได้นานาประการ ว่ากันตามจริง ตามทฤษฎี ถ้าเป็นดวงชะตาคน ก็จะถึงกาลแห่งเคราะห์ครั้งใหญ่ บ้านแตกสาแหรกขาด ประสบเหตุเภทภัย ล้มละลายขาดทุน ครอบครัวแตกแยก ต้องคดีความ รวมถึงเจอภัยทางธรรมชาติ ราชภัย โจรภัย 

     แต่ถ้าเป็นชะตาเมือง ในมุมเกณฑ์อย่างนี้ ก็ต้องวิเคราะห์ถึง กลียุคมิคสัญญี ผู้คนในบ้านเมืองจะแตกความสามัคคี และหันหน้าเข้ามาประหัตประหารทำลายล้างซึ่งกันและกัน ความแตกต่าง นำไปสู่ความแตกแยก บนการปลุกระดม ต่างคนต่างก็อ้างความชอบธรรม และจ้องทำลายล้างบุคคล กลุ่มบุคคล คณะบุคคลที่มีความคิดแตกต่างกันในทางความคิด โดยเฉพาะความคิดความเห็นทางการเมือง ความคิดความเห็นทางศาสนา และความคิดความเห็นทางกฎหมาย และที่สำคัญ ในมุมของดาวพฤหัสบดี ที่จะเป็นตัวช่วยก็ยังโคจรอยู่ในตำแหน่งเสื่อม คือเป็นประเกษตร ซึ่งในขณะนี้ ดาวพฤหัสบดีบนท้องฟ้า โคจรอยู่ในราศีคนคู่ มีสภาพอ่อนแรง หมดกำลัง ลำพังตัวตนของพฤหัสบดี ก็ยังจะเอาไม่ค่อยจะรอด 

     ดาวพฤหัสบดี ตีความถึง กฎหมาย กฎระเบียบ ศีลธรรม ข้าราชการ ระบอบยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม นายแพทย์ ผู้ทรงศีล สมณะชีพราหมรณ์ นักบวช จากวันที่ 29 พฤษภาคม ปี 2556 ที่ผ่านมา  ไปถึงมิถุนายน ปี 2557 ดาวพฤหัสบดี อยู่ในอาการที่เรียกว่า ร่อแร่ ร่วงโรย ย่ำแย่ และโดยเฉพาะ ดาวพฤหัสบดีที่โคจรอยู่ในราศีมิถุน ยังโคจรพักร์องศา อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 - 14 มีนาคม 2557 นั่นหมายถึง เป็นดับเบิลแย่ของดาวพฤหัสบดี และดาวพฤหัสบดีดวงนี้ ยังหมายถึง ราชการงานแผ่นดิน กลไกงานต่าง ๆ ของรัฐ และราชการ อยู่ในอาการเสื่อม เสื่อมทั้งระบบ และเสื่อมทั้งศรัทธา จากมหาประชาชน 

     ในบ้านเมืองมีคนได้ประโยชน์เสียประโยชน์ เมื่อฝ่ายหนึ่งเพลี่ยงพล้ำ ย่อมนำไปสู่การปลุกระดม ฝ่ายหนึ่งที่ปลุกระดม ก็จุดไฟในดวงใจ และไฟดวงนี้ ก็จะเป็นไฟของความอาฆาตแค้น พยาบาท มุ่งร้าย อิจฉาริษยา ไฟที่ต้องการให้ได้อย่างใจ ไม่ใช่ไฟแห่งพลังที่นำไปสู่การเกิดความเปลี่ยนแปลงแบบสร้างสรรค์ ฝ่ายที่กุมอำนาจรัฐ ก็เกิดความขัดแย้งแตกแยก เป็นไปตามโบราณท่านว่า "สนิมเกิดจากเนื้อในตน" เพราะการมุ่งหาประโยชน์ และการขาดความรู้ความสามารถ ประสบการณ์และบารมี เหมือนเมื่อครั้งเหตุการณ์ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยา "บ้านเมืองเราเรืองรุ่ง กรุงศรีอโยธยาดุจย่อฟ้ามาดิน แต่หาผู้ใดอาสาทำราชการ บริหารแผ่นดิน แล้วจะรักษาเอาไว้ได้" บัดนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่ว่าศัตรูของเรา ไม่ใช่ข้าศึกศัตรู แต่เป็นคนไทยด้วยกันเองนี่แหละ ที่ต่างก็ไม่เคารพต่อกติกา เพียงแค่อ้างคำว่า ประชาธิปไตย 

     ข้อคิดที่อยากแสดงให้เห็นคือ ในการปกครองแบบประชาธิปไตย มีกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครอง มีตัวแทนของประชาชนถูกเลือกเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสียงข้างมาก คือมติเอกฉันท์ ตามกติกาเมื่อเราไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้ชนะได้เป็นฝ่ายบริหารเรียกว่า ฝ่ายรัฐบาล ผู้แพ้เป็นฝ่ายค้าน สิทธิในการบริหารราชการแผ่นดิน 4 ปี ใครจะพอใจไม่พอใจอย่างไร นี่คือกติกาแห่งรัฐธรรมนูญ ทุกคนต้องให้ความเคารพ 

     ในระหว่าง 4 ปีที่มีการบริหารราชการแผ่นดิน ฝ่ายค้านต้องทำการตรวจสอบ อภิปราย ในการทำงานของฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะกระทำในรัฐสภา อันเป็นเวทีของประชาธิปไตย ประชาชนจะเป็นกองเชียร์ จะเชียร์อย่างไร ก็ต้องไม่สร้างความเดือดร้อน วุ่นวายให้แก่ผู้อื่น โดยเฉพาะไม่ใช่มาอ้างสิทธิว่าเป็นประชาธิปไตย จะแสดงอะไรก็ได้ คิดอะไรก็ได้ เพราะมันมีสิทธิที่ถูกกำหนดมาก่อนหน้านี้ และได้ตัดสินไปแล้ว คือสิทธิในการเลือกตั้ง จนเกิดผู้แทนฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ในระหว่างที่บริหารราชการ 4 ปี จะมีถูก มีผิด มีชั่วดีถี่ห่าง ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน เมื่อมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทุกคนมีหน้าที่เฝ้าติดตาม เฝ้าดู ไตร่ตรองใคร่ครวญ ไม่ต้องลุกมาแสดงอะไร เพราะมันอาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย เพราะคำว่า สิทธิ ในประชาธิปไตย  เพราะจะยาวนานอย่างไร มันก็ไม่เกิน 4 ปี หากใครมาเป็นรัฐบาล ฝ่ายที่พ่ายแพ้ ปลุกระดม ชุมนุม ขับไล่ มันก็วุ่นวายไม่จบไม่สิ้น และยิ่งฝ่ายที่เขาเลือกรัฐบาล รวมกันปลุกระดมกันออกมาต่อต้านพวกขับไล่ สุดท้ายมันก็จะนำไปสู่การทำลายล้างซึ่งกันและกัน และนำไปสู่อันตรายดวงเมืองกลียุค ซึ่งมันกำลังจะเกิดขึ้น ตามดวงชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีเสาร์ราหู กำลังโคจรเล็งอยู่ในขณะนี้ 

     ข้อคิดและมุมวิเคราะห์ในเรื่องนี้ ไม่ได้มุ่งเพื่อที่จะเชียร์ใคร สนับสนุนใคร แต่เป็นข้อคิดที่สะกิดเตือนจิตเตือนใจ ให้ทุกคนได้ระลึกรู้และเข้าใจ ผมกำลังหมายความว่า "บางช่วงบางตอนของบ้านเมือง ถ้าจะทำอะไรก็ทำกันไป มันอาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในห้วงช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะในห้วงช่วงเวลาที่ดาวเสาร์ราหู โคจรองศาถึงกัน บวกลบหนึ่งปี ถึงสองปี เป็นจุดที่อันตรายที่สุดในรอบ 30 ปี 60 ปี หรืออาจจะเป็น 100 ปี" 

     จริงอยู่เสาร์ราหูจะโคจรเจอกันอยู่ทุกรอบ ของดาวราหู 18 ปี ดาวเสาร์ 30 ปี แต่การที่ดาวเสาร์และราหูโคจรมาเจอกันในราศีตุลย์อย่างนี้ และเล็งชะตาเมืองในมุมอย่างนี้ อาจจะเป็นรอบเกือบ 100 ปี ที่จะเกิดมุมอย่างนี้ 

     และในฐานะที่ผมเป็นโหรอาชีพ ผมไม่อยากเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า ทำไมไม่ทายทัก หรือชี้ให้เห็นถึงเหตุเภทภัยอันใดที่จะเกิดขึ้น และในบริบทนี้ถือว่าผมได้ประกาศเตือนประชาชนคนไทยว่า ขอให้อย่าได้เป็นผู้มีส่วนร่วมในสงคราม ที่จะทำลายล้างกันเอง เท่านั้นยังไม่พอ ในบางมุมที่ผมจะได้กล่าวต่อก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

เสาร์ ราหู มหาภัยพิบัติในแผ่นดิน 

  ดาวเสาร์และดาวราหูที่โคจรในราศีตุลย์นั้น ยังส่งผลต่อเหตุเภทภัยที่จะเกิดขึ้นในแผ่นดินอีกหลายสถาน การเสียดินแดน การถูกรุกในอธิปไตย ทั้งจากประเทศเพื่อนบ้าน และจากกลุ่มคนไทยที่คิดแบ่งแยกดินแดน การถูกล่าอาณานิคมทางจิตวิญญาณ ผ่าน social network การยึดแผ่นดินผ่านองค์กรระดับโลก เช่น มรดกโลก เขาให้เงินมาก็จริง แต่เขาจะมาครอบครองสิทธิบางอย่าง หรือหลายอย่างโดยที่เราไม่รู้ตัว ,การย้ายฐานการผลิต สินค้าอุปโภค บริโภค อันเป็นพื้นฐานที่ประเทศไทยเคยได้เปรียบ ส่งผลให้เกิดขึ้นกับการจ้างงาน แรงงาน และประชาชนอย่างวินาศสันตะโร 

     การเกิดภัยทางธรรมชาติ ทั้งจากลม พายุ รุนแรงน่ากลัว ภัยธรรมชาติอันเกิดขึ้นจากน้ำ น้ำท่วม น้ำเซาะทำให้เกิดการพังทลาย การเคลื่อนไหวของแผ่นดิน เกิดแผ่นดินไหว ส่งผลให้เกิดแผ่นดินแยก แผ่นดินแตก ธรณีสูบ ภัยจากโรคภัยไข้เจ็บนานาประการ อันเกิดจากโรคระบาด เหมือนการเกิดโรคห่าในสมัยรัชกาลที่ ๕ และอีกนานัปการ ยังไม่รวมถึง ดวงจิตดวงใจของประชาชนที่แตก เพราะความคิดต่าง และมุ่งทำร้ายให้ร้าย ทั้งระดับส่วนตัว ครอบครัว สังคม ข้าราชการผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ออกจากระบบ เบื่อหน่ายในราชการแผ่นดิน บุคคลผู้ไม่มีความรู้ความสามารถถูกไปวางในตำแหน่งที่ทำให้เกิดความเสื่อม  ทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธาต่อทุกระบบ บุคคลที่ไม่ได้รับการยอมรับ หรือบุคคลที่สร้างปัญหาอื้อฉาว เสียหาย แต่ได้รับการสนับสนุนโดยสื่อ โดยค่าย ก็สามารถอยู่ได้อย่างน่าชื่นตาบาน 

     ยกตัวอย่างเช่น กระทรวงวัฒนธรรม ออกมาเตือนหรือตำหนิบุคคล องค์กร ที่ผิดต่อศีลธรรม และประเพณีอันดีงามของคนไทย แทนที่จะปรับตัว แก้ไข กลับแถลงโต้ตอบ และยืนยัน ยึดมั่น ในแนวทางที่กระทรวงวัฒนธรรมเห็นว่าไม่ดีไม่งามว่า ข้าจะทำต่อไป บ้านเมืองจะเป็นไปอย่างไร นี่เป็นบางบทบางตอนและบางมุม บทสรุปคือ ทุกสิ่งทุกอย่าง จะเป็นเหตุเป็นปัจจัย นำไปสู่การสร้างกลุ่ม นำไปสู่การต่อต้าน นำไปสู่การปลุกระดม นำไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมาย และถึงขนาดทำลายล้าง ประหัตประหารซึ่งกันและกัน อันซึ่งนำไปสู่บทสรุปว่า "บ้านเมืองกลียุค" ในขณะนี้กระแสต่าง ๆ จะค่อย ๆ เกิดขึ้น และยิ่งโดยเฉพาะช่วงปีนี้ ที่ดาวพฤหัสบดีจรในราศีมิถุน เล็งดาวเสาร์  และพฤหัสบดีเดิม ในพื้นชะตาเมือง นับเป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่จุดหนึ่งของชะตาเมือง

ประชาชนคนไทยต้องทำอย่างไร ??

     ประชาชนคนไทย ควรยึดมั่นในความเป็นชาติไทย ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่น ๆ ตามที่ตนเองเคารพนับถือ ยึดมั่นในองค์พระมหากษัตริย์ มากกว่าที่จะไปยึดมั่นในแกนนำ ผู้นำ อันมีโลภะ โทสะ โมหะ ความอาฆาต ความพยาบาท การมุ่งร้าย การปลุกระดมทำให้เกิดไฟในอารมณ์ที่จะทำให้เกิดการมุ่งร้าย ประหัตประหาร และควรทำใจให้ได้ว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรรม ใครทำอย่างไร ก็ได้อย่างนั้น จะช้าหรือเร็ว เท่านั้น 

     บ้านเมืองเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย ไม่มีทางที่จะพังทลาย หรือมีอันเป็นไป เว้นเสียแต่ คนไทยลุกขึ้นมาประหัตประหาร ซึ่งกันและกัน มาสนใจตัวเรา หัวใจ ดวงใจของเรา เลิกไปเพ่งโทษ หาความผิด นินทาให้ร้าย จาบจ้วงล่วงเกิน พูดในเรื่องที่ไม่เคยเห็น ไม่ได้เห็นกะตา ฟังเขาเล่ามา แล้วทำให้ไฟมันลุกในใจหยุดเสีย !! เรื่องบางเรื่อง มันไม่ได้เกี่ยวกับเรา ก็ปล่อยให้ กรรม มันทำหน้าที่ เราไม่ใช่เป็นผู้พิพากษา เราไม่ได้เป็นยมบาล หรือเพชรฆาต ที่จะไปตัดสินใคร  ทำไมเราไปเอาไฟต่าง ๆ มาไว้ในใจเรา 

     เบื้องต้น ให้เข้าใจในสิทธิและหน้าที่ของความเป็นคนดี มีศีลธรรม แล้วค่อย ๆ สร้างพื้นที่แห่งความสุขสงบให้เกิดขึ้นในใจตัว ครอบครัว คนรอบตัว แสวงจุดร่วมทางความคิดที่ดี ๆ สงวนจุดต่างในความคิดต่าง ไม่ก้าวล่วงซึ่งกันและกัน ทุกคนไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนเรา เห็นเหมือนเรา ทำเหมือนเรา แต่เราทุกคนก็เป็นเพื่อนร่วมชาติ เป็นสัตว์ร่วมโลก ที่มีการเกิดขึ้น คงอยู่ และตายสูญสิ้นไป เหมือน ๆ กัน ทุกคนต่างมีสุข มีทุกข์เหมือนๆกัน มองเข้ามาในตัวเอง แล้วทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ชีวิตที่วุ่นวายทุกวันนี้ เพราะเราไปเปิดรับจากทางตา ทางหู และทางใจ ในเรื่องที่ล้วนไม่ใช่ของเรา แต่เพราะเพียงความอยากรู้ อยากเห็น และพวกมึง พวกกู ตรงนี้แหละอันตราย 

     ในทางศาสนาพุทธ ในสมัยพุทธกาล เคยเกิดเหตุเภทภัยอย่างนี้ในเมืองเวสาลี พระพุทธองค์ ได้มอบหมายให้พระอานนท์ เจริญบทพระพุทธมนต์รัตนปริตร หรือรัตนสูตร ทำน้ำพระพุทธมนต์ ไปประพรมทั่วบ้านทั่วเมืองเวสาลี เหตุเภทภัยมิคสัญญีในเมืองเวสาลีก็มลายหายสิ้นไป และนี่ก็ใกล้เทศกาลที่เป็นมงคล คือเทศกาลเข้าพรรษา ในวันที่ ๒๒ กรกฎาคม เป็นวันอาสาฬหบูชา พุทธศาสนิกชนทั่วหล้า ต่างไปไหว้พระทำบุญ ปฏิบัติธรรม ถือศีล เวียนเทียน เจริญพระพุทธมนต์ ทำวัตร สวดมนต์ และในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ก็เป็นวันเข้าพรรษา จากนั้นไปสามเดือน ก็เป็นช่วงเทศกาลที่พุทธศาสนิกชนได้สร้างบุญ สร้างกุศล ถือศีล ปฏิบัติธรรม ผมก็หวังว่า สำนักงานพระพุทธศาสนา และเถระสมาคม จะเป็นแกนนำในการปฏิบัติที่เป็นศาสนพิธี อันจะนำสาธุชน พุทธศาสนิกชน เข้าสู่ศาสนธรรม แล้วจะบังเกิดเป็นพลังแห่งความร่มเย็นเป็นสุข เพราะเมื่อ "ธรรมะ" กลับมา  "โลกา" จะสงบสุข 

     นี่เป็นบริบทแห่งคำพยากรณ์ และข้อคิดที่ผมลักษณ์ เรขานิเทศ ขอบันทึกให้ทุก ๆ ท่านได้อ่าน และได้แบ่งปันไปยัง social network ต่าง ๆ ด้วยไม่มีวาระซ่อนเร้น ด้วยจิตอันเป็นกุศล และดวงจิตที่บริสุทธิ์ ที่อยากให้สาธุชนคนไทยมีความรัก ความสามัคคี อันจะนำไปสู่ความสงบสุขในบ้านเมือง และด้วยความสงบสุขในบ้านเมืองที่จะเกิดขึ้น พ่อหลวงของแผ่นดิน แม่หลวงของแผ่นดิน ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงจะมีความสุขเกษมสำราญในพระราชหฤทัยยิ่งกว่าสิ่งใด ๆ และนี่ล้วนเป็นการกระทำที่แสดงถึงความจงรักภักดี โดยมิได้มากล่าวอ้าง หรือแสดงกาลอันใดที่เอาพระองค์มาเป็นสัญลักษณ์ ที่ซ่อนไว้ซึ่งการทำลายล้าง การแตกความสามัคคี การช่วงชิงอำนาจ 

     ขอให้ทุกคนได้ช่วยกันแบ่งปันไปให้มากที่สุดนะครับ ผมลักษณ์ เรขานิเทศ ขออนุโมทนา ...และกราบขอบพระคุณ หากความคิดความเห็นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านทั้งหลาย และปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ เพื่อตัวเรา เพื่อชาติ ศาสนา องค์พระมหากษัตริย์ครับ 

บทความข้อเขียนโดย อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ โหรฟันธง
ขอขอบคุณ บทความจาก อ.ลักษณะเลขานิเทศ

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น