สามโหรดัง ทำนาย ดวงเมืองแตก ล้างผิดโจร ปลุกนองเลือด

สามโหรดัง เวหา เวหา เตือนดวงเมืองแตกมหาศาล การเมืองไทยถึงจุดแตกหัก เปรียบทักษิณเป็นทศกัณฐ์ครองลงกาคือรัฐสภา แย่งชิงนางสีดาคือประชาชน แต่สุดท้ายจะแพ้ภัยตัวเอง ด้านโหรภิญโญ พงศ์เจริญ ชี้อาจถึงขั้นนองเลือด จลาจล โหรภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล เตือนอาจจะนองเลือด งูเก่า และการหักหลัง

นายเวหา เวหา อาจารย์ด้านโหราศาสตร์ ได้ทำนายดวงประเทศไทยไว้ว่า จากการวิเคราะห์ของตน มองว่าขณะนี้บ้านเมืองถือว่าอยู่ในขั้นดวงแตกมหาศาล และภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ การเมืองไทยจะถึงจุดแตกหัก ซึ่งทุกอย่างจะจบลง โดยมีอยู่ 2 ทางด้วยกันคือ ถ้ารัฐบาลไม่ตัดสินใจยุบสภาไปก่อนก็จะเกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะพวกเขาได้รับความเดือดร้อน ประกอบกับสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ถือว่าสุกงอมจากกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมอีกด้วย และหากไม่จบภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ก็อาจจะยืดเยื้อไปจนถึงเดือนเมษายนปี 2557 แต่ขอให้จับตาในช่วงระหว่างวันที่ 17 ตุลาคมถึง 17 พฤศจิกายนนี้เป็นพิเศษ เพราะจะมีอำนาจบางอย่างเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์เอาไว้

อาจารย์ผู้นี้ยังได้เปรียบเทียบคนในตระกูลชินวัตรกับตัวละครในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์อีกด้วย โดยใช้วิธีการดึงตัวอักษรที่ใกล้เคียงในชื่อเพื่อนำมาเปรียบเทียบหาความเกี่ยวข้อง อาทิ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็น ทศกัณฐ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถอดอักษรออกมาได้เป็นคำว่า ยักษ์ เป็นต้น

"ในวรรณคดี ทศกัณฐ์รบกับพระรามเพื่อแย่งชิงนางสีดา โดยนางสีดาก็เปรียบเป็นประชาชนชาวไทยทั้งหลาย ที่ตระกูลชินวัตรพยายามจะครอบครองโดยการใช้เงินเป็นอาวุธสำคัญ อีกทั้งขณะนี้ตระกูลชินวัตรยังได้ยึดครองเมืองลงกาเอาไว้ได้หมดแล้ว โดยเปรียบเมืองลงกาเป็น "รังกา" อันได้แก่ รัฐสภา นั่นเอง นอกจากนี้การที่คนในตระกูลนี้มีอำนาจและอิทธิพลมากมายขนาดนี้ เป็นเพราะบุคคลที่เป็นต้นตระกูลได้วางรากฐานไว้อย่างดีจนสืบเนื่องมาจนถึงลูกหลานยุคปัจจุบัน แต่ขอให้ประเทศไทยสบายใจได้ เพราะคนตระกูลนี้ในทุกวันนี้กระทำแต่สิ่งที่จะทำให้ตระกูลของตนเองเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ แล้วอีกไม่นานก็จะถึงกาลอวสานของตระกูลนี้ลงไปอย่างแน่นอน" นายเวหากล่าว

นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหรา ศาสตร์นานาชาติ กล่าวว่า ชาติบ้านเมืองในช่วงนี้อยู่ในช่วงวิกฤติ ซึ่งมีเรื่องต้องระมัดระวังพอสมควร เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมาได้เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาขึ้นมาบริเวณราศีเมษ ส่งผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องของบ้านเมือง ที่อาจเกิดความระส่ำระส่ายขึ้นได้ ซึ่งตรงกับสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างเหลือเชื่อ ส่วนในวันที่ 3 พ.ย.ที่จะถึงนี้ก็จะมีปรากฏการณ์สุริยุปราคาขึ้น บริเวณราศีตุล ดวงจันทร์จะเคลื่อนตัวไปทับดวงอาทิตย์ทั้งแบบเต็มดวงกับแบบวงแหวน ซึ่งจะส่งผลกระทบกับชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการการต่างประเทศ ที่อาจจะมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับบ้านเมืองได้ สอดคล้องกับสถานการณ์การตัดสินคดีเขาพระวิหารที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 11 พ.ย.นี้ ขอให้ผู้ปกครองระมัดระวังในการบริหารงานด้านการต่างประเทศ

"นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 10-13 ธันวาคมนี้ควรระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากราหูจะโคจรมาเล็งที่พระอาทิตย์ในมุม 180 องศา ซึ่งในทางหลักโหราศาสตร์นั้นจะส่งผลกระทบต่อชาติบ้านเมืองถึงขั้นแตกหักได้ ทั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมาก็ได้มีเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่ดีต่อชาติบ้านเมืองเกิดขึ้นมากมายในช่วงวันดังกล่าวนี้ อาทิ การยุบสภา การจลาจล และการยึดอำนาจ จึงเป็นไปได้ว่าบ้านเมืองในช่วงวันดังกล่าวอาจถึงขั้นวิกฤติได้" นายภิญโญกล่าว

ด้านนายภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ประธานสถาบันศาสตร์แห่งชีวิตแห่งประเทศไทย มองว่า ปีนี้เป็นปีมะเส็ง หรือปีงู ซึ่งจะเกิดเรื่องวุ่นวายในช่วงปลายปีนี้ รวมถึงจะมีการหักหลังหรือแว้งกัดกันเองของนักการเมือง หรือผู้มีอำนาจ ส่งผลให้ชาติบ้านเมืองเข้าสู่วิกฤติ อีกทั้งในช่วงนี้ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.เป็นต้นมานั้น ถือเป็นการเริ่มต้นเดือนไม่ดีของเพศผู้ชาย นอกจากนี้อีกไม่นานจะมีผู้คนออกมาปกป้องผลประโยชน์ของแผ่นดิน หากผู้มีอำนาจไม่ยอมหยุดสิ่งไม่ดีที่กำลังกระทำอยู่ อาทิ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่เตรียมพิจารณาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็อาจเป็นแรงส่งให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายจนอาจถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อก็เป็นได้ ส่วนในกลุ่มของนักการเมืองเองนั้นก็จะเกิดปรากฏการณ์งูเห่าครั้งใหญ่ นั่นคือการหักหลังครั้งมโหฬารอย่างแน่นอน.

ที่มา : ไทยโพสต์

ความคิดเห็น