ดาราศาสตร์ไทยซ่อนอยู่ในศาสตร์หมอดูมาช้านาน ...

(ซ้ายไปขวา) วิษณุ เอื้อชูเกียรติ, รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม, อารี สวัสดี , ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์, วรพล ไม้สน

       ถ้าพูดกันในยุคนี้ นักดาราศาสตร์และนักโหราศาสตร์ดูจะอยู่ละขั้วคนละฝั่ง แม้ว่าข้อมูลนี้อาจทำให้นักวิชาการรู้สึกขัดใจก็ตาม แต่ในอดีตนักดาราศาสตร์ก็คือท่านโหรดีๆ นี่เอง 
       
       วิษณุ เอื้อชูเกียรติ นักเขียนและนักดาราศาสตร์สมัครเล่น ให้ข้อมูลแก่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ ถึงดาราศาสตร์ไทยในอดีตว่า เป็นการคำนวณการเดินทางของดวงดาว จากการดูดาวและใช้สูตรคำนวณที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย
       
       "ดาราศาสตร์ในอดีตก็คือโหราศาสตร์หรือวิชาหมอดูนั่นเอง แต่ปัจจุบันหมอดู หรือนักโหราศาสตร์เลิกดูดาวไปแล้ว" วิษณุกล่าว พร้อมทั้งยกตัวอย่างนักดาราศาสตร์ระดับโลกในอดีตอย่าง กาลิเลโอ กาลิเลอิ หรือ โยฮันเนส เคปเลอร์ ก็เป็นหมอดูของราชสำนัก
       
       โหราศาสตร์ในอดีตคือนักคำนวณและพยากรณ์จากการเคลื่อนของดวงดาว ซึ่งวิษณุกล่าวว่าจุดเปลี่ยนที่ทำให้ดาราศาสตร์สมัยใหม่แยกทางจากโหราศาสตร์คือเมื่อกาลิเลโอส่องกล้องขึ้นท้องฟ้า แล้วเห็นภาพของดาวต่างๆ ทำให้ได้รู้ว่านอกจากดูดาวที่เป็นแสงเคลื่อนไปบนฟ้าแล้ว เรายังสังเกตดวงดาวได้โดยตรง
       
       "ลูกศิษย์คนหนึ่งของกาลิเลโอก็เคยมาอยู่ในราชสำนักในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่พอมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เขาก็กลับไปอินเดีย" วิษณุกล่าว
       
       เขาบอกอีกว่า ดาราศาสตร์ดำรงอยู่ในเมืองไทยมานานกว่ายุคสมัยสมเด็จพระนารายณ์เสียอีก และไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในราชสำนักเท่านั้น ประชาชนทั่วไปก็ใช้ดาราศาสตร์ในการเพาะปลูก แต่ปัจจุบันเมื่อมีนาฬิกา มีเข็มทิศ เราก็ลืมเรื่องเหล่านี้ และไม่ได้ใช้
       
       "คนไทยมีความรู้ดาราศาสตร์มานานแล้ว คำพูดที่ว่าคนไทยเอาแต่ตามฝรั้งนั้น ไม่จริง เรามีขนบของเราเอง" วิษณุกล่าว
       
       ทั้งนี้ วิษณุยังเป็นบรรณาธิการหนังสือชุด "อารยธรรมดาราศาสตร์" ที่จัดพิมพ์ขึ้นโดย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ซึ่งประกอบด้วยหนังสือ 3 เล่ม คือ โบราณคดีดาราศาสตร์ไทย, ดาราศาสตร์ราชสำนัก และ ดาราศาสตร์พื้นบ้านไทย
       
       หนังสือชุดดังกล่าวเขียน โดย อารี สวัสดี , วรพล ไม้สน และ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์ ซึ่ง วิษณุกล่าวว่า อารีและวรพลนั้น ค้นคว้าดาราศาสตร์ประเพณีพื้นบ้านมาเป็นเวลานาน ส่วนปฏิพัฒน์ก็เป็นหัวหน้าหน่วยศิลปกร จ.อยุธยา และเป็นผู้พบว่าแสงอาทิตย์ลอดผ่านทุกช่องประตูปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ด้วย
       
       ทางด้าน รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการ สดร. กล่าวว่า หนังสือชุดดังกล่าว เป็นหนังสือชุดต่อเนื่องจากหนังสือ "พระมหากษัตริย์กับดาราศาสตร์ไทย" ที่ตีพิมพ์ไปก่อนหน้า และต่อจากนี้ยังจะทำหนังสือชุดดาราศาตร์ปัจจุบันและอนาคตด้วย



ความคิดเห็น