ดาวหาง ปรากฏ ความเชื่อไทย-จีน-ฝรั่ง ลางดาวหาง รหัส ล้าง ครั้งใหญ่


ประเทศไทย และประเทศอื่น ๆ ในระยะนี้มีเรื่องราวใหญ่ ๆ อะไรเกิดขึ้นบ้าง-อย่างไร?? ดาวโลกในระยะนี้มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ อะไรเกิดขึ้นบ้างหรือไม่? ก็ดังที่ทราบ ๆ กัน ซึ่งกับเรื่องราวอะไรต่อมิอะไรที่เกิด ๆ ขึ้นนั้น ในด้านหนึ่งก็เป็นไปตามเงื่อนไขปัจจัยต่าง ๆ ตามหลักมีเหตุก็ย่อมมีผล อย่างไรก็ตาม กับใครที่สนใจในเรื่องที่เกี่ยวกับเคล็ด และโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ ’ลาง“ ในระยะนี้ที่ถูกจับตาก็คงจะเป็นกรณีของ ’ดาวหาง“
ก่อนหน้านี้มีข่าวการจะเห็นดาวหาง 1 ดวง และภายหลังก็มีข่าวว่าจะเห็นได้อีก 3 ดวง


ทั้งนี้ กับ “ดาวหาง” ดวงแรก ชื่อที่ถูกตั้งในทางวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์คือ “ไอซอน (ISON หรือ C/2012 S1) ถูกคาดว่าจะเป็นดาวหางที่เห็นได้จากดาวโลกสว่างที่สุดในรอบหลายปีมานี้ ซึ่งจะโคจรเข้าเฉียดดวงอาทิตย์ ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดราววันที่ 28 พ.ย. 2556 นี้ ซึ่งดาวหางเฉียดดวงอาทิตย์ไม่ใช่เรื่องที่เกิดบ่อย
สำหรับ “ดาวหาง” อีก 3 ดวง ซึ่งมีโอกาสสังเกตเห็นได้จากโลกในช่วงพร้อม ๆ กับไอซอน ประกอบด้วย...“เลิฟจอย (Lovejoy X1)” “ลีเนีย (LINEAR X1)” “เองเค (2P Enke)” ซึ่งในจำนวน 3 ดวงนี้นั้นข่าวว่าดาวหางเลิฟจอยที่มีความสว่างปานกลาง ก็น่าสนใจมาก โดยจะโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดคืนวันที่ 23 ธ.ค. 2556
ในทางวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์ ปรากฏการณ์ท้องฟ้าเกี่ยวกับ “ดาวหาง 4 ดวง” ดังที่ว่ามา เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจและหาชมได้ยากเท่านั้น มันจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อดาวโลก
แต่ความเชื่อ “ลางดาวหาง” ก็ “มีทุกซีกโลก”
’ไทย จีน ฝรั่ง มีการศึกษาเรื่องดาวหางใกล้เคียงกัน เช่นไทยจะดูว่าดาวหางเกิดในราศีไหน ถ้าเข้ามาใกล้โลกโคจรเข้ามาใกล้โลกยังไง ทิศไหน และเมื่อไร ขณะที่อินเดียจะดูที่รูปร่างลักษณะ และสี เป็นต้น“...นี่เป็นการระบุของ อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ กับเรื่องของ “ดาวหาง” ในทาง “ความเชื่อเกี่ยวกับลาง” ที่มีการยึดโยงเกี่ยวเนื่องกับหลัก “โหราศาสตร์” ที่มีทั้งแบบไทย จีน ฝรั่ง
ทางนักโหราศาสตร์รายนี้ บอกอีกว่า...ตามหลักโหราศาสตร์ การเกิดปรากฏการณ์ “ดาวหาง” นั้น มีความเชื่อ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในเมืองไทย แต่ทั่วโลกก็มีความเชื่อในเรื่องเกี่ยวกับดาวหางเช่นเดียวกัน ความเชื่อของไทยก็คล้ายของฝรั่ง ซึ่งแม้แต่กวีคนดัง วิลเลียม เช็คสเปียร์ ก็ยังเชื่อว่าดาวหางเป็นตัวบ่งบอกถึงเหตุการณ์ครั้งสำคัญเช่นกัน โดยในเรื่องราวเกี่ยวกับ จูเลียส ซีซาร์ ที่ประพันธ์ขึ้นช่วงปี ค.ศ.1600 ก็ยังมีบทพูด ทำนองว่า เมื่อขอทานตาย พวกเขาตายไปโดยปราศจากการปรากฏตัวของดาวหาง สวรรค์คงต้องการจะส่งดาวหางมาเป็นตัวแทนมอบคบเพลิงให้กับการตายของคนที่ไม่ธรรมดา จะไม่เกิดกับคนธรรมดา จะเกิดเพียงกับคนสำคัญ ๆ
ความเชื่อดาวหางทางฝรั่ง เชื่อว่าจะเกี่ยวกับคนสำคัญ ๆ เช่นระดับผู้นำประเทศ หรือจะเกิดภัยพิบัติ เช่น ข้าวยากหมากแพง ก่อการร้าย สงคราม เชื้อโรคพันธุ์ใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงผู้นำ
สำหรับความเชื่อในจีน เชื่อว่าเมื่อเกิดปรากฏการณ์ดาวหาง เป็นลางร้าย เรื่องร้ายจะตามมา โดยในประเทศจีนนั้นมีบันทึกเรื่องเกี่ยวกับดาวหาง เรียกดาวหางว่า “หุยแช” หรือ “เซ้าซิ้วแช” แปลว่า “ดาวไม้กวาด”
“ดาวหางเปรียบเสมือนไม้กวาดแห่งจักรวาล...
ในจีนเชื่อว่า เมื่อเกิดปรากฏการณ์ดาวหาง เป็นสิ่งบอกเหตุว่าการกวาดล้างจะเกิดขึ้น ถ้ามาเมื่อไรจะมีการกวาดล้างสิ่งไม่ดี สิ่งชั่วร้าย สิ่งที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ จะถูกกวาดล้างไป เพื่อสร้างสิ่งใหม่ สร้างสังคมใหม่ และระบบใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ ในเวลาเดียวกัน สิ่งดี ๆ ก็จะถูกกวาดล้างไปพร้อม ๆ กับสิ่งชั่วร้ายด้วย …”…อ.ภิญโญ ระบุถึงความเชื่อเกี่ยวกับ “ลางดาวหาง” ในแบบจีน
พร้อมทั้งยังบอกต่อไปว่า...ตามหลักโหราศาสตร์ไทยถือว่า ดาวหางเป็นบริวารของพระเกตุซึ่งเป็นกลุ่มดาวบาปพระเคราะห์ ดาวหางปรากฏเมื่อไรมักมีสิ่งไม่ดีมีสิ่งชั่วร้ายเกิดขึ้นเสมอ จากสถิติ เมื่อมีดาวหางปรากฏให้เห็นมักจะมีเหตุการณ์เกี่ยวกับบุคคลสำคัญ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลังดาวหางปรากฏ ในอดีตในเมืองไทยจึงเคยมีการประกาศเรื่องดาวหาง เพื่อให้รู้ทันและเตรียมรับมือ ไม่ให้คนตื่นตระหนกตกใจกลัว
ทั้งนี้ อ.ภิญโญ บอกว่า...เมื่อเกิดปรากฏการณ์ดาวหาง มักเกิดเหตุการณ์ได้ 8 อย่าง คือ...สูญเสียบุคคลสำคัญ, เกิดโรคภัยไข้เจ็บ, เกิดโรคใหม่ ๆ, เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง, เศรษฐกิจมีปัญหา, เกิดภัยพิบัติใหญ่, เกิดความแตกแยกขัดแย้งอย่างรุนแรง, เกิดสงครามหรือก่อการร้าย
“การที่ ดาวหางโคจรใกล้พระอาทิตย์ แล้วตีโค้งกลับ ถือเป็นภพมรณะของดวงเมืองและดวงโลก ผ่านกลุ่มดาวแมงป่องและดาวงู เป็นสิ่งบอกเหตุว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แปรสภาพ หรือพลัดพราก การตาย เกิดการเปลี่ยนครั้งใหญ่ในสังคมที่รุนแรง รวมถึงที่เกี่ยวกับผู้นำ ด้วย”...อ.ภิญโญ ระบุ
ก็เป็นเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับ “ลางดาวหาง” ประเทศใดใครเชื่อ-ไม่เชื่อ...สุดแท้แต่ ...
ขอขอบคุณ : อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ ,
หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ หน้า 1,3 วันที่ 27 พ.ย. 2556

ความคิดเห็น