โหรอัจฉริยะ น้องชัยวัฒน์ ชี้ดวงเมืองเม.ย.2557 เสี่ยงมิคสัญญี


นายชัยวัฒน์ สดชื่น กรรมการฝ่ายวิชาการสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ วัย16ปี ได้พยากรณ์ดวงชะตาประเทศไทย 2557 โดยอ้างอิงข้อมูลดาวเคราะห์จากปฏิทินดาราศาสตร์ไม่ใช่ปฏิทินสุริยาตร์ทั่วไปเหมือนที่โหรท่านอื่นใช้ โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

ดวงชะตาบ้านเมืองหลังจากสงกรานต์ 2557

เดือนเมษายนของทุกปีถือว่าเป็นเดือนที่มีความสำคัญต่อวัฒนธรรมของคนไทยและวิชาโหราศาสตร์ไทยด้วย เนื่องจากเดือนเมษายนเป็นเดือนที่เป็นการขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทยโบราณ เนื่องจากเป็นเดือนที่ดวงอาทิตย์โคจรครบรอบจักรราศี 360 องศา ผ่าน 12 ราศีโดยสมบูรณ์และจะยกเข้าสู่ราศีเมษซึ่งเป็นราศีแรกของ 12 ราศี จึงถือว่าดวงอาทิตย์ได้วนมาบรรจบ ณ จุดเริ่มต้นเดิม เท่ากับว่าครบรอบ 1 ปีทางโหราศาสตร์โดยสมบูรณ์ และกำลังจะย่างก้าวเข้าสู่ปีใหม่เมื่อดวงอาทิตย์โคจรเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งเราเรียกวันที่ดวงอาทิตย์โคจรย้ายราศีนี้ว่า “วันสงกรานต์” ซึ่งแปลว่า "ก้าวขึ้น" หรือ "ผ่าน" หรือ "เคลื่อนย้าย" หมายถึง การเคลื่อนย้ายของดวงอาทิตย์จากราศีหนึ่งเข้าไปอีกราศีหนึ่ง 

เช่น เคลื่อนจากราศีธนูไปสู่ราศีมกร ซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นทุกเดือน เรียกว่าสงกรานต์เดือน ยกเว้นว่าเมื่อพระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษเมื่อใดก็ตามก็จะเรียกชื่อเป็นพิเศษว่า "วันมหาสงกรานต์" อันหมายถึงการก้าวขึ้นครั้งใหญ่ ซึ่งนับเป็นครั้งสำคัญ เพราะถือว่าวันนี้เป็นวันปีใหม่ตามคติพราหมณ์ โดยการนับทางสุริยคติ ซึ่งจะตกในราววันที่ 13,14 หรือ 15 เมษายน ของทุกปีนั้นเอง

ซึ่งในปี พ.ศ.2557 นี้ วันมหาสงกรานต์หรือวันที่ดวงอาทิตย์โคจรย้ายเข้าราศีเมษจะตรงกับวันวันมหาสงกรานต์ ตรงกับ วันจันทร์ที่ 14 เมษายน เวลา 8 นาฬิกา 11 นาที 24 วินาที ตรงกับจันทรคติกาล วันจันทร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือนห้า(5) ปีมะเมีย ซึ่งคำนวณตามหลักคัมภีร์สุริยยาตร์ของไทย

ตามตำนานวันสงกรานต์กล่าวว่า “เมื่อถึงวันมหาสงกรานต์ จะมีการแห่เศียรท้าวกบิลพรหมรอบเขาพระสุเมรุโดยมีธิดาของท้าวกบิลพรหมทั้ง 7 องค์ ทำหน้าที่เป็นนางสงกรานต์นำขบวนแห่เศียรของท้าวกบิลพรหมผู้เป็นบิดา” 

โดยในปี 2557 นี้ นางสงกรานต์ประจำปีมีนามว่า นางโคราคะเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกปีบ อาภรณ์แก้วมุกดาหาร ภักษาหารน้ำมัน หัตถ์ขวาทรงขรรค์ หัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จยืน มาเหนือหลังพยัคฆ์(เสือ) เป็นพาหนะ ซึ่งตามตามหลักโหราศาสตร์ได้กล่าวฝอยทายนางสงกรานต์ประจำปีนี้ไว้ว่า “วันจันทร์ เป็นวันมหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จะแพ้เสนาบดี ท้าวพระยาและนางพระยาทั้งหลาย” และ “ปีนี้นางสงกรานต์เสด็จยืนมา จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้” เป็นต้น 

เกณฑ์พิรุณศาสตร์ ปีนี้ เสาร์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 400 ห่า ตกในเขาจักรวาล 160 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 120 ห่า ตกในมหาสมุทร 80 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 40 ห่า เกณฑ์ธาราธิคุณปีนี้ ชื่อ เตโช(ธาตุไฟ) น้ำน้อย อากาศยังร้อน 

เกณฑ์นาคราชให้น้ำ ปีมะเมีย นาคราชให้น้ำ 5 ตัว ทำนายว่า ฝนต้นปีงาม กลางปีงาม และปลายปีก็งามแล

เกณฑ์ธัญญาหารปีนี้ชื่อ ปาปะ ข้าวกล้าในไร่นา จะได้ 1 ส่วน เสีย 10 ส่วน คนทั้งหลายจะตกทุกข์ได้ยาก ลำบากแค้น เพราะกันดารอาหารบ้าง จะฉิบหายเป็นอันมากแล

ปีนี้วันเนาหรือวันที่ดวงอาทิตย์โคจรคร่อมเส้นแบ่งราศีเมษ จะตรงกับวันอังคารที่ 15 เมษายน ตามตำราโหราศาสตร์ได้กล่าวฝอยทายวันเนาไว้ว่า “วันอังคาร เป็นวันเนา หมากพลู ข้าวปลาจะแพง จะแพ้อำมาตย์มนตรีทั้งปวง”

ส่วนอีกวันหนึ่งที่เป็นวันสำคัญในเดือนนี้คือ “วันเถลิงศก” หรือ “วันเปลี่ยนปีจุลศักราช” ใหม่ ถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่สำหรับโหราศาสตร์ โดยกำหนดถือเอาวันที่ดวงอาทิตย์โคจรย้ายเข้าสู่ราศีเมษมิดทั้งดวง (เนื่องจากดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่ เวลายกย้ายราศีอาจอยู่คร่อมเส้นแบ่งราศี จึงต้องรอให้ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษให้พ้นทั้งดวงก่อนจึงจะเปลี่ยนปีใหม่) หรือวันที่ดวงอาทิตย์มีตำแหน่ง 2 องศา 7 ลิปดา ราศีเมษ ซึ่งวันเถลิงศกในปี 2557 นี้ ตรงกับ วันพุธที่ 16 เมษายน เวลา 12 นาฬิกา 9 นาที 0 วินาที จันทรคติ ตรงกับ วันพุธ แรม 2 ค่ำ เดือนห้า(5) ปีมะเมีย เป็นการเปลี่ยนปี จุลศักราชจากปี 1375 เป็นปี 1376 นั้นเอง โดยตำราโหราศาสตร์ได้กล่าวฝอยทายวันเถลิงศกประจำปีนี้ไว้ว่า “วันพุธ เป็นวันเถลิงศก ราชบัณฑิต ปุโรหิตโหราจารย์ จะมีสุขสำราญเป็นอันมากแล”

ซึ่งเมื่อมีการเปลี่ยนปีจุลศักราชก็จะส่งผลให้มีการเปลี่ยนกาลโยคหรือฤกษ์ยามประจำปี ซึ่งปีนี้วันที่ดีเป็นมงคลคือ วันอาทิตย์เป็นวันธงชัยและวันจันทร์เป็นวันอธิบดี ส่วนวันที่ไม่ดีในปีนี้คือ วันเสาร์เป็นวันอุบาทว์และวันพุธเป็นวันโลกาวินาศ 

ดังนั้นในปี 2557 นี้ไม่ควรใช้วันพุธและวันเสาร์ประกอบมงคลใดๆทั้งสิ้น เพราะเป็นวันที่ไม่ดีทางหลักกาลโยคของไทยนั้นเอง

เดือนเมษาดาวอังคารใกล้โลก

ถ้าพูดถึงเรื่องปรากฎการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจในเดือนเมษายน 2557 ก็มีปรากฎการณ์หนึ่งที่น่าสนใจมากและน่าสนใจที่สุดในรอบปี 2557 คือ “ปรากฎการณ์ดาวอังคารใกล้โลก” ซึ่งปรากฎการณ์นี้จะเกิดขึ้นทุกๆ 26 เดือนหรือทุกๆ 2 ปี 2 เดือน โดยครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นคือเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2555 มีระยะใกล้โลกประมาณ 100.8 ล้านกิโลเมตร แต่ครั้งนี้ดาวอังคารจะโคจรใกล้โลกในระยะ 92.4 ล้านกิโลเมตร ซึ่งถือว่าใกล้โลกมากกว่าครั้งที่ผ่านมาในปี 2555 โดยดาวอังคารจะผ่านตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์(ดาวอังคารเพ็ญ)วันที่ 9 เมษายน และจะเข้าใกล้โลกมากที่สุดในวันที่ 14 เมษายน ซึ่งในวันที่ 14 เมษายนหลังจากดวงอาทิตย์ตกดินได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ดาวอังคารจะขึ้นมาทางขอบฟ้าทิศตะวันออกพร้อมกับดวงจันทร์ที่กำลังเพ็ญเต็มดวง จะเป็นลักษณะดาวเคียงเดือนที่สวยงามมาก โดยเราสามารถสังเกตเห็นปรากฎการณ์นี้ได้ตลอดทั้งคืนจนกระทั่งดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า แต่แนะนำให้สังเกตในเวลา 21.00 น. เนื่องจากดาวอังคารและดวงจันทร์จะขึ้นเลยขอบฟ้ามาประมาณ 45 องศา จะทำให้สังเกตได้ง่ายขึ้นนั้นเอง

ซึ่งดาวอังคารใกล้โลกครั้งนี้มีโชติมาตรปรากฏ (ความสว่าง) ประมาณ -1.5 ซึ่งสว่างเท่ากับดาวซิริอุส (ดาวโจร) ที่เป็นดาวฤกษ์ที่สว่างสุดบนท้องฟ้า โดยเราจะสังเกตเห็นดาวอังคารมีสีแดงอมชมพูๆสว่างๆอยู่ทางทิศตะวันออกหลังจากดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้ว 1-2 ชม. แต่ถึงกระนั้นดาวอังคารใกล้โลกก็จะมีขนาดเชิงมุมแค่ประมาณ 15.2 พิลิปดา ซึ่งไม่สามารถมีขนาดใหญ่มหึมาเท่าดวงจันทร์ได้ จะมีขนาดเล็กๆเท่ากับดวงดาวทั่วๆไป แต่ตาของมนุษย์โดยทั่วไปสามารถรู้ได้ว่ามีความสว่างหรือความชัดของแสงที่ปรากฎมากยิ่งขึ้น (ถ้าดูด้วยกล้องโทรทรรศน์จะเห็นชัดว่ามีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย)

ดวงเมืองเดือนเมษาเสี่ยงเกิดมิคสัญญี

ในแง่มุมของทางโหราศาสตร์ เดือนเมษายนนี้มีสัญญาณหลายอย่างที่สื่อให้เห็นที่ความรุนแรงและเรื่องราวที่ไม่ดีที่อาจจะเกิดขึ้นกับสภาวะบ้านเมืองและประเทศชาติได้ โดยของประมวลเหตุการณ์ไล่เรียงตามลำดับดังนี้

วันที่ 14 เมษายน ดาวอังคารใกล้โลก: ในแง่ของทางโหราศาสตร์ดาวอังคารคือดาวที่สื่อให้เห็นถึงอิทธิพลของความรุนแรงมากที่สุด เนื่องจากดาวอังคารเป็นดาวแห่งสงคราม การทะเลาะวิวาท การนองเลือด ความรุนแรงในหลากหลายรูปแบบฯ เป็นดาวประเภทบาปเคราะห์หรือดาวที่ให้โทษมากกว่าคุณ ดังนั้นเมื่อดาวอังคารโคจรเข้ามาใกล้โลกจะทำดาวอังคารมีกำลังมากและแสดงอิทธิพลความรุนแรงออกมากมหาศาล จึงมีแนวโน้มสูงที่อาจจะเกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นได้ จนกระทั่งเกิดการวิวาทนองเลือดและอาจมีการเสียชีวิตมากมายฯ ดาวอังคารยังสื่อให้เห็นถึงอุบัติเหตุต่างๆ โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่มาจากอัคคีภัยรวมถึงอุบัติเหตุที่มาจากโดยสารด้วยรถยนต์ ดังนั้นจึงมีแนวโน้มสูงที่เดือนเมษายนจะเกิดข่าวอัคคีภัย แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และอุบัติเหตุทางรถยนต์หนาหูมากเป็นพิเศษ

วันที่ 15 เมษายน จันทรุปราคาเต็มดวง: ในวันที่ 15 เมษายนจะเกิดปรากฎการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงขึ้น ศูนย์กลางคราส ณ เวลา 14:45 น. สมผุสราศีตุลย์ 1°14' มองไม่เห็นที่ กรุงเทพมหานคร แต่สามารถสังเกตเห็นได้ที่บริเวณทวีปอเมริกาเหนือ โดยชาวอเมริกันจะสามารถสังเกตเห็นดวงจันทร์เป็นแดงอิฐได้เป็นเวลานานถึง 78 นาที ซึ่งในแง่มุมทางโหราศาสตร์อุปราคาครั้งนี้จะส่งผลตรงผู้นำเพศหญิงโดยตรง เนื่องจากเกิดขึ้นในส่วนของนวางค์ศุกร์ซึ่งเป็นดาวประจำสตรีเพศ จึงอาจจะส่งผลรุนแรงที่เป็นสัญญาณต่อความสั่นคลอนของผู้นำเพศหญิงได้

วันที่ 20-23 เมษายน ปรากฎการณ์มหาจตุโกณ: ในช่วงวันที่ 20-23 เมษายนจะเกิดปรากฎการณ์ที่มีนัยยะสำคัญทางโหราศาสตร์เกิดขึ้น คือ ปรากฎการณ์ที่ดาวพฤหัสบดี, ดาวอังคาร, ดาวพลูโต และดาวยูเรนัส มาทำมุมตั้งฉาก 90 องศา ณ บริเวณ 18 องศา ของราศีมิถุน, กันย์, ธนู และมีน ซึ่งปรากฎครั้งนี้ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก และเมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมส่งสัญญาณบางอย่างที่ไม่ดีต่อดวงเมืองและดวงโลกเป็นอันมาก บ่งบอกว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความขัดแย้งที่รุนแรง ซึ่งอาจจะมีบุคคลในเครื่องแบบเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะวันที่ 23 เมษายน เวลา 14.08 น. ดาวอังคารจะโคจรถอยหลังมาเล็งกับดาวยูเรนัสอาจจะสื่อให้เห็นถึงสัญญาณของรุนแรงด้านการใช้กำลังประทุษกรรมของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง โดยมีดวงของบุคคล 3 คนที่น่าห่วง คือ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะมีดาวเสาร์ในพื้นดวงอยู่ที่ราศีมีนเป็นจุดตั้งรับมุมเล็งนี้ และคุณสุเทพ เทือกสุบรรณกับ คุณทักษิณ ชินวัตร เพราะมีดาวเนปจูนในพื้นดวงเป็นจุดตั้งรับอยู่ที่ราศีกันย์ บุคคลทั้ง 3 คนนี้อาจถูกลอบทำร้ายหรือมีปัญหาที่รุนแรงเกิดขึ้นได้ในห้วงเวลาที่เกิดปรากฎการณ์นี้

วันที่ 29 เมษายน สุริยคราสวงแหวน: วันที่ 29 เมษายน เวลา 13:03 น. จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวน ณ สมผุสราศีเมษ 14°47' มองไม่เห็นที่ กรุงเทพมหานคร แต่สามารถสังเกตเห็นสุริยคราสวงแหวนได้ที่บริเวณทวีปแอนตาร์กติกาและชาวออสเตรเลียจะสังเกตเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน(เนื่องจากอยู่ในส่วนเงาลบนั้นเอง) ปรากฎการณ์ครั้งนี้จะเป็นนัยยะสำคัญที่สื่อให้เห็นว่าอาจเป็นการสิ้นสุดของรัฐบาลได้ เนื่องจากคราสครั้งนี้เกิดขึ้นใน นวางค์อาทิตย์ซึ่งแปลว่าผู้นำ นายกรัฐมนตรี ผู้บริหาร จึงอาจจะเป็นสื่อแสดงถึงจุดจบของคณะรัฐบาลชุดนี้ได้

ภาพรวมหลังจากนี้ไป

หากมองในตำแหน่งการโคจรเคลื่อนที่ของดวงดาวต่างๆ แล้ว เห็นว่าเดือนเมษายนนี้น่าจะเป็นเดือนที่รุนแรงที่สุดในปีนี้เลยก็ว่าได้ อาจจะเรียกว่าเป็น “เมษามหามิคสัญญี” ก็ไม่ผิดเลย เนื่องจากมุมดาวแรงๆมาแสดงตัวให้เห็นในช่วงนี้แบบจังหวะที่ถี่มาก ดังนั้นความเสี่ยงจึงมีมากในช่วงนี้ แต่หลังจากวันที่ 19 มิถุนายน 2557 เวลา 10.18 น. เป็นต้นไป ดาวพฤหัสจะโคจรเข้าสู่ราศีกรกฎมีตำแหน่งเป็นมหาอุจในภพพันธุของดวงเมือง จึงอาจเป็นสัญญาณสื่อให้เห็นว่าเรื่องราวทั้งหมดน่าจะจบลงแบบเห็นดำเห็นขาวชัดเจน ฝ่ายประชาชนจะได้เปรียบกว่าฝ่ายรัฐบาล อาจมีการจัดตั้งคณะรัฐบาลที่มาจากประชาชนโดยแท้จริง แต่ก็จะเป็นรัฐบาลที่มาบริหารประเทศในเวลาสั้นๆไม่เกินเดือนพฤศจิกายนปี 2557 และก็อาจจะยุติบทบาทลงไป ปัญหาในประเทศทั้งหมดจะยุติลงหลังจากดาวเสาร์โคจรย้ายออกจากราศีตุลย์เข้าสู่ราศีพิจิกในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 เวลา 22.25 น. นั้นเอง

ส่วนการปฏิรูปประเทศนั้น ถ้ามองตามมุมของดวงดาวถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เนื่องจากดาวพลูโตและดาวพฤหัสบดียังคงโคจรทำมุมที่สัมพันธ์ยากกันอยู่ แม้ว่าหลังจากเดือนมิถุนายนไปแล้วถึงจะมีรัฐบาลมาใหม่การปฏิรูปคงยังไม่สำเร็จเพราะดาวพฤหัสบดีจะโคจรทำมุม 150 องศากับดาวพลูโต ถ้ามีการแก้ไขกฎหมายหรือร่างรัฐธรรมนูญไม่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จะมีคนบางฝ่ายของค้านและไม่ร่วมเดินตามแนวทางด้วย การปฏิรูปที่ประสบความสำเร็จนั้นต้องรอให้ดาวพฤหัสบดโคจรมาทำมุมสัมพันธ์ดีกับดาวพลูโต ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงปลายยปี 2558 ตอ่ไปถึงช่วงต้นปี 2559 ช่วงนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายแก้ไขกฎหมายก็จะมีคนเห็นด้วย และร่วมเดินตามแนวทางปฏิรูปประเทศนั้นเอง

ภาพรวมเศรษฐกิจปี2557

ช่วงต้นปีเศรษฐกิจไม่ดีมาก เนื่องจากพิษการเมืองและเรื่องของภาวะปัญหาต่างๆในประเทศด้วย แต่หลังจากกลางปีไปแล้วมีทิศทางที่เริ่มมองเห็นว่าดีขึ้นมาก เพราะว่าดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาทำมุม 120 องศากับดาวศุกร์ในพื้นดวงเมืองเดิม ทิศทางเศรษฐกิจจึงน่าจะดีมาบ้างในบางส่วน แต่สิ่งที่ต้องระวังให้มากต่อจากนี้คือหลังจากวันที่ 13 กรกฎาคม 2557 เวลา 00.23 น. ราหูจะโคจรย้อนวิถีเข้าสู่ราศีกันย์ จะทำให้เกิดวงรอบซารอส 18 ปีของราหู มากระทบภาวะเศรษฐกิจของไทย เนื่องจากถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีที่แล้ว จะตรงกับปี 2540 ที่เกิดภาวะฟองสบู่แตกที่สร้างความรุนแรงมากกับไทยในช่วงนั้น อาจจะย้อนหวนกลับมาทำให้เกิดความเดือดร้อนอีกหลังจากราหูเข้าสู่ราศีกันย์ ซึ่งปัญหาน่าจะมาจากภาระหนี้สินของรัฐเป็นหลักสำคัญ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงไม่เกิดรุนแรงในช่วงนี้ แต่อาจจะไปส่งผลมากในปี 2558 นั้นเอง ซึ่งเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ควรจับตามองให้มากขึ้นเป็นพิเศษ

อุบัติภัยและภัยธรรมชาติในปี 2557

ในปี 2557 นี้ตามหลักโหราศาสตร์สากลเป็นปีที่ดาวเสาร์มีอิทธิพลมากสุดเพราะเป็นดาวเคราะห์ประจำปีนี้ ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศในปีนี้ แห้งแล้ง และกันดารแร้นแค้นมากกว่าปีที่ผ่านๆมา ปีนี้น้ำจะน้อย อากาศร้อนกว่าปกติ แต่ในหน้าหนาวจะหนาวมากๆ สภาพอากาศปีนี้ไม่เหมาะกับการเพาะปลูก เนื่องจากดินจะแห้ง เพาะปลูกแล้วโอกาสที่พืชพรรณธัญญาหารจะงอกงามนั้นมีน้อยมาก ส่นอุบัติภัยในปีนี้ระวังเรื่องไฟหรืออัคคีภัยเป็นสำคัญ รวมถึงดินถล่ม แผ่นดินไหวต้องพึ่งระวังให้มาก ถือว่าเป็นปีที่ไม่ค่อยจะดีนักในเรื่องสภาพภูมิอากาศและอุบัติภัยนั้นเอง

สุดท้ายผมอยากจะฝากข้อคิดไว้ว่า “ดวงดาวไม่ใช่สิ่งที่กำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ แต่ดวงดาวเป็นเพียงสิ่งที่บอกลักษณะโน้มน้าวการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ดังนั้นทุกอย่งอาจเกิดขึ้นก็ได้หรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ ขึ้นอยู่ที่ตัวมนุษย์” การฟังคำพยากรณ์ของนักพยากรณ์นั้น ไม่ว่าจะเป็นการพยากรณ์ดวงชะตาของตนเองหรือการพยากรณ์ดวงชะตาของเหตุการณ์บ้านเมืองก็ตาม ควรใช้วิจารณญาณเป็นหลักสำคัญที่สุดในการคัดกรองไตร่ตรองสาสน์ที่นักพยากรณ์ส่งมาให้ มนุษย์ที่ฉลาดมักไม่เชิญเรื่องดวงชะตาและพยายามดิ้นร้นไม่ให้ชีวิตเป็นไปตามคำพยากรณ์ของโหร แต่มนุษย์ผู้มีความเขลาย่อมตอบสนองและซึมซับทุกอณูคำพูดของโหรมาหมดแล้วก็เชื่อไปหมดทุกอย่างด้วย

ดังนั้นการฟังคำพยากรณ์ของนักพยากรณ์เป็นเพียงแค่การฟังแนวทางในการดำเนินชีวิตเท่านั้น ดวงดาวมีอิทธิพลต่อคนจริงๆแค่ 20% แต่มนุษย์เราต่างหากที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของตัวเองถึง 80% โหราศาสตร์จึงเป็นแค่จิตวิทยาสงเคราะห์ที่ใช้ในการบำบัดความใคร่ของมนุษย์ ความใคร่ในที่นี้หมายถึงความใคร่รู้ในสิ่งที่ตนเองไม่รู้หรือใคร่รู้ในสิ่งที่ยังมาไม่ถึงหรืออนาคต ดังนั้นโหราศาสตร์จึงเป็นศาสตร์เดียวจะจะช่วยบำบัดความใคร่รู้ตรงนี้ได้ แต่เมื่อรู้แล้วก็จงนำไปใช้ในทางที่ดีและสร้างสรรค์ สุดท้ายแล้ว “ถ้าท่านรู้ดวงชะตาหรืออนาคตของตนล่วงหน้า ก็เหมือนคนที่ชนะอนาคต แต่ถ้าท่านรู้ความจริงของชีวิตรู้จักตนเองมากกว่าดวง ก็เหมือนท่านชนะใจของตนเอง” นั้นเอง
ขอขอบคุณ : โพสต์ทูเดย์

ความคิดเห็น