สุริยุปราคาเต็มดวง 24 ต.ค.2538


"เด็ดข่าวเก่า...เล่าข่าวเด่น" วันนี้จะพาไปชมภาพความประทับใจของสุริยุปราคาเต็มดวงในประเทศไทย เมื่อ 19 ปีก่อน ข่าวนี้ดังไปทั่วประเทศ  ส่วนคนที่พลาดชมปรากฎการณ์สำคัญนั้นไป ไม่ต้องเสียดาย เราพาไปย้อนดูใน "เด็ดข่าวเก่า...เล่าข่าวเด่น"

ประชาชน นักท่องเที่ยวและนักดาราศาสตร์ ต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องแสดงความดีใจ หลังได้เห็นแสงเปล่งประกายระยิบระยับ หรือที่เรียกว่า "ลูกปัดเบลลี่" และแสงสว่างคล้ายหัวแหวน ที่เรียกว่าปรากฎการณ์ "หัวแหวนเพชร หรือ"ไดมอนด์ริง" ที่เกิดจากแสงดวงอาทิตย์ลอดผ่านช่องภูเขาบนดวงจันทร์ เกิดขึ้นเพียง 2-3 นาที เป็นไฮไลท์ ก่อนที่จะเกิดปรากฏการณ์ "สุริยุปราคา หรือ สุริยคราสเต็มดวง" เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2538 ในเวลา 10.42 น.

นาทีทองที่ดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์เต็มดวง เกิดขึ้นไม่ถึง 2 นาที แต่เปลี่ยนท้องฟ้าจากสว่างจ้ากลายเป็นมืดมิดคล้ายกลางคืน อุณหภูมิกลางวันที่ร้อนอบอ้าว ลดลงอย่างรวดเร็ว วิถีชีวิตสัตว์เปลี่ยนไป ชาวบ้านต่างพากันตีเกราะเคาะไม้ จุดประทัดเป็นความเชื่อให้ดวงจันทร์คายดวงอาทิตย์ และเด็กที่เกิดในวันนั้น พ่อแม่ มักจะตั้งชื่อสุริยา, สุริยะ, รวิ, รวี ที่แปลว่าพระอาทิตย์ด้วย

สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนั้น เกิดในเวลาใกล้เที่ยง ตึกสูงก็มิอาจบดบังได้ ทำให้ผู้ที่ตั้งตารอไม่ผิดหวัง ได้เห็นปรากฎการณ์นี้อย่างชัดเจน คนไทยได้เห็นสุริยุปราคาแบบเต็มดวงพร้อมๆกัน 11 จังหวัด 35 อำเภอ จุดแรกที่เห็น คืออำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ส่วนกรุงเทพมหานคร เห็นปรากฎการณ์นี้ 96 เปอร์เซ็นต์

สุริยุปราคา เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก โคจรมาเรียงอยู่ในแนวเดียวกัน โดยมีดวงจันทร์อยู่ตรงกลาง เงาของดวงจันทร์ได้บดบังดวงอาทิตย์ และพาดผ่านมายังโลก ทำให้เรามองเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งในรูปแบบต่างๆ สำหรับคนที่พลาดโอกาสนั้นไปแล้ว ต้องรอไปอีกกว่า 56 ปี จะได้เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงอีกครั้ง ในวันที่ 11 เมษายน ปี 2613

ขอขอบคุณ : ช่วงเด็ดข่าวเก่า...เล่าข่าวเด่น รายการเด็ดข่าวเด่น
สถานีโทรทัศน์กองทับบกช่อง7 วันที่ 09 มิุนายน พ.ศ.2557 เวลา 15.15 นาที

ความคิดเห็น