ดาวพระเคราะห์ดวงใหญ่ย้ายราศี 26 พ.ย. 57 จะส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตอย่างไร โดย บุศรินทร์ ปัทมาคม

ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่จะมีผลเปลี่ยนแปลงทุกชีวิต รวมทั้งสถาบันต่างๆ บนพื้นพิภพ การโคจรของดาวพระเคราะห์ทุกดวงในจักรวาลจะมีอิทธิพลต่อชะตาชีวิตของแต่ละคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวพระเคราะห์ดวงใหญ่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อชะตาชีวิตของแต่ละคนไม่มากก็น้อย ตามหลักวิชาโหราศาสตร์ไทย นักโหราศาสตร์มีความเชื่อกันอย่างนั้น

การย้ายของดาวพระเคราะห์ทุกดวงจะทำให้บรรยากาศในจักรวาลและบนพื้นโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เห็นหรือรู้สึกได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะมีผลในการเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต (วิถีชีวิต) ของทุกคน และทุกสถาบัน ซึ่งโหรจะต้องให้คำทำนายไปตามหลักวิชา เป็นไปตามสถิติของโหราศาสตร์

ดาวที่ย้ายราศีเป็นดาวพระเคราะห์ดวงใหญ่มีความสำคัญ หรือดาวพระเคราะห์หลักของจักรวาล ซึ่งจะมีผลกระทบรุนแรงอย่างมากที่สุด ตามความสำคัญและตามขนาดของดาวพระเคราะห์ดวงนั้น

เป็นเหตุบังเอิญหรือเป็นความวิปริตของจักรวาลที่ทำให้ดาวพระเคราะห์ดวงซึ่งเป็นดาวพระเคราะห์ที่สำคัญทีสุดในกระบวนดาวพระเคราะห์ 10 ดวง ย้ายราศีในวันเดียวกัน มีดังนี้

1. ดาวพฤหัส (5) โคจรย้ายราศีจากราศีกรกฎย้ายเข้าไปในราศีสิงห์ ในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา 08.55 น. โคจรแบบวิ่งเข้า (เสริด) อย่างเร็วเดินหน้าไปจนถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2557 หลังจากนั้น ดาวพฤหัส (5) ก็จะโคจรถอยหลัง (พักร์) อีกครั้งหนึ่ง ถอยกลับเข้ามาราศีกรกฎอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันพฤหัสที่ 25 ธันวาคม 2527 เวลา 01.29 น.

2. ดาวเสาร์ (7) ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบาปเคราะห์ (ดาวบู๊) หรือมาดนักเลง ย้ายราศีออกจากราศีตุลย์เข้าไปในราศีพิจิก ในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา 16.29 น.

โดยที่ดาวพระเคราะห์ทั้งสองดวงนี้มีความสำคัญมากที่สุดในจักรวาล ดังกล่าวมาแล้ว มีผลทำให้นักโหราศาสตร์จะต้องสังเกตและติดตามผลกระทบจากการที่ดาวพระเคราะห์ทั้งสองดวงดังกล่าวย้ายราศี ซึ่งจะต้องมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศในบ้านเมือง ในทางสังคม และเกิดทุกคนในโลกนี้ไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับในพื้นดวงเดิมของแต่ละคน ถูกชะตากับดาวพระเคราะห์ทั้งสองดวง ให้คุณหรือให้โทษกับดวงชะตาของแต่ละคนอย่างไร

โหรก็จะให้คำทำนายอธิบายได้ สรุปว่าขึ้นอยู่กับพื้นดวงเดิมของแต่ละคน ซึ่งเกิดมาไม่เหมือนกันและไม่เท่ากัน

ความเปลี่ยนแปลงหรือการโคจรข้ามราศีโดยปกติมักจะข้ามราศีหรือย้ายราศีไม่พร้อมกัน เพราะดาวพระเคราะห์ทั้ง สองดวงใช้เวลาโคจรเดินช้าเดินเร็วต่างกัน การย้ายของดาวพฤหัส (5) เพียงดวงเดียวก็มีผลกระทบต่อทุกชีวิตหรือทุกสถาบันมากอยู่แล้ว

ดาวเสาร์ (7) ซึ่งก็เป็นดาวพระเคราะห์ดวงใหญ่ในจักรวาลที่มีอิทธิพลฝ่ายบาปเคราะห์ก็จะเป็นเครื่องหมาย (สัญลักษณ์) ที่จะทำให้ทุกชีวิตหรือทุกสถาบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน

บังเอิญมาเกิดขึ้นเกือบพร้อมกันในวันเดียวกันเช่นนี้นักดาราศาสตร์และนักโหราศาสตร์จึงถือว่าเป็นเรื่องวิปริตผิดธรรมชาติ ซึ่งน่าสังเกตและติดตามผลเป็นอย่างยิ่ง สำหรับทุกชีวิตบนโลกใบนี้

กล่าวคือ ดาวพฤหัส (5) จะเดินหน้าเข้าไปในราศีสิงห์อย่างรวดเร็วแล้วจะโคจรย้อนกลับเข้าไปในราศีกรกฎอีกครั้งหนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ซึ่งเป็นการโคจรเข้าออกที่รวดเร็วมาก ปกติดาวพฤหัส (5) จะโคจรผ่านแต่ละราศีประมาณราศีละ 1 ปี การโคจรย้ายราศีจากราศีกรกฎเข้าไปในราศีสิงห์ 1 เดือน แล้วถอยหลัง (พักร์) จึงเป็นการโคจรวิปริต ผิดธรรมชาติอย่างยิ่ง

ส่วนดาวเสาร์ (7) เป็นดาวที่โคจรเดินช้ากว่าดาวพฤหัส (5) มาก ปกติจะโคจรผ่านแต่ละราศีจะใช้เวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง

โดยที่ในหลักวิชาโหราศาสตร์ถือว่า ดาวเสาร์ (7) เป็นดาวที่เป็นดาวพระเคราะห์หลักที่จะทำให้เกิดการให้คุณให้โทษต่อทุกชีวิตด้วยเช่นเดียวกัน

การบังเอิญที่มาย้ายใกล้เคียงกันกับดาวพฤหัส(5) จึงเป็นความผิดปกติ กับบรรยากาศในจักรวาล โดยเฉพาะบนพื้นโลก ซึ่งจะมีผลกระทบหรือเกิดการปรับเปลี่ยนให้คุณให้โทษแก่ทุกชีวิตบนพื้นโลกเช่นเดียวกัน ไม่มากก็น้อยขึ้นอยู่กับพื้นดวงเดิม มีความสัมพันธ์ดีหรือสัมพันธ์ร้าย (ให้คุณหรือให้โทษ) ต่างกันอย่างไร โหรจึงจะออกคำทำนายได้ถูกต้องโดยจะต้องพิจารณาผลกระทบกับพื้นดวงเดิมเป็นสำคัญ

ยกตัวอย่างเช่นมีผลกระทบต่อดวงเมืองโดยเฉพาะดาวพฤหัส (5) ในช่วงปีที่อายุดวงเมืองย่างเข้าปีที่ 233 ปี ทำให้ดาวพฤหัส (5) กลายเป็นกาลกิณีจร เมื่อดาวพฤหัส (5) โคจรย้ายเข้าราศีสิงห์ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับเครดิต หรือชื่อเสียงของดวงเมือง ก็ต้องทำนายว่าประเทศไทยจะต้องเสียเครดิต หรือชื่อเสียง อย่างน้อยในสังคมนานาชาติจะต้องนึกดูถูกประเทศไทย

ส่วนการย้ายออกจากราศีตุลย์ของดาวเสาร์(7) เข้าสู่ราศีพิจิกก็เป็นเรื่องสำคัญกับดวงเมืองอีกด้านหนึ่งเช่นเดียวกัน เรียกว่าดวงตกลงไปอีกครึ่งหนึ่งเลยทีเดียวก็ว่าได้ เพราะในพื้นดวงเดิม ดาวพฤหัส (5) และดาวเสาร์ (7) เคยให้คุณ หรือสัมพันธ์ดีกับลัคนา(ลั)ของดวงเมืองทั้งสองดวง

การที่ดาวเสาร์ (7) ย้ายราศีและเป็นเรือนชะตาเกี่ยวกับเรือนมรณะ จึงทำให้ทำนายได้ว่าดวงชะตาจะตกมากขึ้นในเรื่องการเงิน และการงานจะยุ่งยากมากขึ้น

ด้านผู้นำประเทศ ถ้าใครก็ตามที่ลัคนา(ลั) อยู่ราศีมีน ก็จะต้องอยู่ในฐานะลำบากมากขึ้น เพราะดาวพฤหัส (5)ในช่วงที่ย้ายเข้าราศีสิงห์นี้เข้าไปในเรือนอริ ส่วนดาวเสาร์ (7) โคจรเข้าไปในเรือนชะตาความสุขความสงบของครอบครัว ถ้าพื้นดวงเดิมไม่ถูกกับดาวเสาร์ (7) อีกด้วย เมื่อดาวเสาร์ (7) โคจรมาสัมพันธ์ดีก็จะให้ร้ายให้เกิดความวิตกกังวล หรือความเครียดมากขึ้น

และถ้าเกิดวันอาทิตย์ อายุย่างเข้า 61 ปีด้วย ดาวเสาร์ (7) เดิมมีคุณภาพสูงด้วย แต่ในช่วงอายุย่าง 61 ปีด้วย ทำให้นับทักษาจรได้ดาวเสาร์ (7) กลับกลายเป็นกาลกิณีจรด้วย

ต้องพิจารณาว่าดวงชะตาจะตกค่อนข้างรุนแรงยิ่งขึ้น จึงน่าจับตามอง ดูที่ความสุขความสงบของผู้นำโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ลัคนา (ลั) อยู่ในราศีมีน ออกอาการน่าเป็นห่วงอยู่สักหน่อย ถึงตอนนี้บุญหรือกรรมก็จะได้เห็นกันชัดเจนขึ้น และจะชัดเจนขึ้น เนื่องจากดาวเสาร์ (7) เป็นดาวพระเคราะห์ดวงใหญ่ฝ่ายบาปเคราะห์ ไม่ว่าดวงเมืองหรือดวงคนก็ไม่เว้นจะถูกดาวเสาร์ (7) รังแก (ให้โทษ) หรือให้คุณก็ต้องพลิกไปดูในดวงเดิมกันก่อนแหละครับ

ในทางกลับกันบางคนดวงชะตาพื้นดวงอาจจะถูกกับ ดาวเสาร์ (7) หรือถูกกับดาวพฤหัส (5) เมื่อดาวทั้งสองย้ายก็จะกลับให้คุณ อาจมีโชคจากการย้ายราศีของดาวพระเคราะห์หลักทั้งสองดวงดังกล่าวก็ได้

ความผิดปกติหรืออาจเรียกว่าเป็นความแปลกประหลาดทางธรรมชาติก็ได้ในทางดาราศาสตร์ก็เป็นเรื่องแปลก และในทางโหราศาสตร์ทำให้มีแง่คิดที่จะต้องติดตามผลกระทบอย่างมาก

วันดังกล่าวจึงเป็นวันที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่สนใจวิชาโหราศาสตร์

ขอขอบคุณ : ข่าวสดออนไลน์

ความคิดเห็น