โหรฟองสนาน เจาะลึกดวงเมืองปี2559 เตือนเปลี่ยนแปลงใหญ่ กันยายนระวังภัยแล้งและพายุ



มติชนออนไลน์ - วงเสวนาตำนานดวงเมืองเคาะดวงปีหน้า ฟองสนาน ชี้ปีหน้าฝ่าฟันมรสุมอีกระลอก ระวังเรื่องภัยแล้ง อาจมีพายุเข้าช่วงต้นเดือนกันยายน 2559

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 ศิลปวัฒนธรรมเสวนาจัดงานเสวนา "เปิดฟ้าอ่านดาว สืบสาวตำนานดวงเมือง" ที่มติชน อคาเดมี่ มีศาสตราภิชานล้อม เพ็งแก้ว และคุณฟองสนาน จามรจันทร์ เป็นวิทยากร มีคุณวันวิสาข์ ชูชนม์ เป็นผู้ดำเนินรายการ


ตำนานเสาหลักเมือง

คุณฟองสนาน เล่าถึงตำนานเรื่องการวางเสาหลักเมือง โดยระบุว่าสมัยก่อนไม่ง่ายเหมือนตอนนี้ซึ่งสามารถหาดวงลัคนาโดยเข้าเว็บไซต์ป้อนข้อมูลไปก็ออกมา ขณะที่สมัยโบราณการหาดวงหนึ่งดวง โหรคำนวณเป็นเดือน การหาดวงเมืองคณะโหราธิบดีจะคำนวณร่วมกัน 

นักสื่อสารมวลชนเล่าต่อว่าสำหรับดวงเมืองที่ผ่านมามีการเสนอทางเลือกสองทาง หนึ่งคือประเทศเจริญรุ่งเรืองสุขสงบเป็นส่วนใหญ่แต่จะมีบางช่วงเป็นเมืองขึ้นต่างชาติ สองคือเราจะทะเลาะกันเรื่อยๆ รายงานข่าวบอกว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงรับสั่งว่าจะมีประโยชน์อะไรที่เป็นเมืองขึ้นทรงเลือกทางที่สองคือจะไม่เป็นเมืองขึ้นใคร

"เมื่อไหร่ที่ทะเลาะกันจะมีโอกาสทุกครั้ง เมื่อไหร่ที่ไม่ทะเลาะจะไม่ใช่ เมื่อไหร่ที่มีวิกฤติเรารอดทุกครั้งการให้ทหารนำหน้าลัคนาดวงเมืองพระอังคารคือจ้าวของการทะเลาะการนำหน้าคือจะชนะศัตรูแต่จะทะเลาะกันและจะเป็นแบบนี้จนกว่าจะไม่มีกรุงรัตนโกสินทร์"

ด้านอ.ล้อมกล่าวถึงคำร่ำลือเรื่องการทำนายดวงเมืองผิดพลาดแล้วถูกตัดคอโดยเล่าว่า คนที่สนใจอำนาจทางการเมืองส่วนใหญ่จะมีที่ปรึกษาหรือโหรประจำตัวถ้าถามว่าโหรตายกี่คนต้องนับว่ากบฎตายกี่คนเพราะคนเหล่านี้ให้คำปรึกษา

คุณฟองสนานกล่าวเสริมว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีกฎมณเฑียรบาลว่า ถ้าโหรให้ฤกษ์ผิดให้เอาหอยโข่งห้อยคอหรือไม่ก็ให้ขัดบันไดหินในวังไม่ประหารชีวิต และยอมรับว่าตัวเองเคยทำนายดวงเมืองผิดอย่างทำนายเรื่องการพิจารณารัฐธรรมนูญว่าจะผ่านหลังจากนั้นก็ขนานนามตัวเองเป็น "โหรหอยโข่ง"


ดวงเมือง

สำหรับดวงเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ มีเรื่องเล่าว่าช่วงขุดหลุมเพื่อวางเสาหลักเมืองช่วงเดือนเมษายน 2325 และเอาผ้าขาวปิด วันรุ่งขึ้นก่อนพระฤกษ์ พอเปิดหลุมพบงูก้นหลุม 4 ตัวต้องฝังงูทั้งเป็นไปพร้อมเสา โหรทุกคนบอกเป็นอวมงคล แต่บอกกันคนละทิศทาง 

บันทึกกรมหลวงนรินทรเทวี บันทึกว่าฟ้าผ่าไฟไหม้พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกรับสั่งว่าเทวดาให้โอกาสเพราะเรายอยกพระไตรปิฏก ดวงเมืองคอดกิ่ว 7 ปี 7 เดือนเสด็จสิ้นพระเคราะห์เมือง และทรงทำนายว่าพระราชวงศ์นั้นจะถาวรลำดับกษัตริย์อีก 150 ปี 

รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชวิจารณ์ว่า "ดูปรารถนาน้อยเกินนัก" ถ้าจะว่า "150 องค์หรือ 150 ชั่ว ไม่ได้หรือ" ปรากฎว่า 150 ปีมาเป็น 2475 มีคำอธิบายทางโหรคือเคยเกิดมาแล้ว 3 ครั้ง เกณฑ์ที่รัชกาลที่ 1 ทำนาย 150 ปี ครั้งหนึ่งคือช่วงเสียดินแดน โดยใช้พระเสาร์ที่ราศีมังกรเป็นกาลกิณีอยู่ในราศีมังกรเล็งกับพฤหัสอยู่ในราษีกรกฎ ดาวดีดาวร้ายเล็งกันในดวงเมือง ปกติดวงโลกจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น แต่ดวงเมืองมีมา 3 ครั้ง ครั้งแรกเสียดินแดนสมัยร.5 ครั้งที่ 2 คือ2475 เปลี่ยนแปลงการปกครอง ครั้งที่ 3 คือรสช. ได้นายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง 

คุณฟองสนานเล่าว่า ยิ่งมีวิกฤติยิ่งมีโอกาส ในประวัติศาสตร์ 4 ครั้งบ่งบอกว่าเรารอดมาตลอด หนึ่งสงครามเก้าทัพ สองประเทศแถบนี้เสียดินแดน เราไม่เสียดินแดน สามสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นแพ้ไทยชนะ ครั้งที่ 4 คือไซ่ง่อนแตก พนมเปญแตก 


การปฏิวัติ-เปลี่ยนแปลงยุค

เมื่อถามว่าการปฏิวัติจะดูฤกษ์ไหม คุณฟองสนานกล่าวว่าโหรอาภัพเพราะคนมักไม่บอกว่าดูดวงแต่ยิ่งทำอะไรไม่มั่นใจยิ่งต้องการคนที่ให้ความมั่นใจ สำหรับเรื่องที่ห่วงคือขอฤกษ์เด็กเกิดซึ่งมองว่าจะเชื่อได้อย่างไรว่าฤกษ์จริง โหรคำนวณฤกษ์เกิด รู้ได้อย่างไรว่าโหรจริง ฤกษ์จริง พร้อมแนะว่าอย่าเชื่อโหรมากนักแม้กระทั่งตัวเองยังดูดวงตัวเองผิด

สำหรับการเปลี่ยนแปลงในยุคยุครัตนโกสินทร์ ใช้ยุคมหากาฬพฤหัสกุมกับเสาร์ฝ่ายดาวร้ายทำให้เกิดยุคใหม่แต่ละยุคที่จะใช้เวลา 20 ปีจากหนังสืออ.เทพย์ สาริกบุตร ยุคแรกคือปราบดาภิเษก 

ยุคที่2 พันธุ์ยักษ์

ยุคที่3 รักบัณฑิต เป็นยุคใหม่ปลายร.2 วรรณคดีเฟื่องฟู 

ยุคที่ 4 สนิทธรรม คาบเกี่ยวร.3 กับร.4 โดยร.3 ปฏิสังขรณ์วัด ร.4 ขึ้นครองราชย์ฝักใฝ่ศาสนา และยุคสมเด็จพระอาจารย์โต

ยุคที่ 5 จำแขนขาด สิ้นสุดร.4 ต่อร.5 เสียดินแดนจากการล่าอาณานิคม ทรงเปลี่ยนดวงเมือง 

ยุคที่ 6 สมัยร.5 ครองราชย์ ไทยถูกคุกคามจากข้างนอกและมีศัตรูภายใน

ยุคที่ 7 ชนร้องทุกข์ คนไทยเดือดร้อน เกิดตำนานกุ๊ยหน้าโรงหวย ราชสำนักใช้จ่ายเยอะ

ยุคที่ 8 ยุคทมิฬ 

ยุคที่ 9 ถิ่นกาขาว ต่างชาติตบเท้ามาในไทย 

ยุคที่ 10 ยุคราชวิไล หยุดทำนายเพราะคณะปฏิวัติบอกว่าใครทำนายดวงเมืองจะโดนเล่นงาน  มีความเชื่อลัทธิต่างๆ มหาวิทยาลัยเกิดขึ้นมากมาย มีนางงามจักรวาลคนแรก สิ้นสุดโดยจีนทำสงครามสั่งสอนคอมฯ

คุณฟองสนาน เล่าต่อว่า ตนหาต่อโดยคำนวณยุคที่ 11 ต่อได้คือยุคโชติช่วงชัชวาล ขณะที่ตอนนี้อยู่ยุคที่ 12 ยุคโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต โดยจะหมดลงวันที่ 2 มีนาคม 2562 ฟองสนานให้นิยามยุคที่ 13 ว่ายุคอี-คอมเมิร์ส 

ด้านอ.ล้อมเล่าถึงกรณีกลับดวงหรือแก้ดวงในสมัยร.4โดยเปรียบว่าต้นไม้แคระก็ไปพรวนดิน เปลี่ยนไปอาจดีขึ้นก็เป็นธรรมชาติ ดวงก็เช่นเดียวกันเมื่อเริ่มแล้ว ทำนาย 150 ปี คนวิตกก็พยายามแก้ โดยการแก้รู้สึกเท่าที่รู้สถาบันเจริญขึ้น คนเชื่อว่าเป็นผลจากดวงเมือง เหมือนพรวนดิน รดน้ำ ต้นไม้ก็งอกขึ้นมาใหม่ ของจะงอกงามได้ต้องขึ้นในที่เหมาะสม อยู่ที่ดวงแต่ละช่อง  แต่ทำกรรมให้ดีไว้ สิ่งดีจะเป็นส่วนเสริม 


เปลี่ยนดวงแก้ดวงชะตาได้?

ขณะที่คุณฟองสนานอธิบายต่อจากคำถามว่า "การเปลี่ยนดวงแล้วแก้ดวงชะตาทำได้หรือไม่" โดยเล่าว่าเมื่อคุยกับโหรภิญโญ คำถามที่เห็นพ้องกันคือคนเราเกิดครั้งเดียวเวลาตกฟากเหมือนดวงเมือง วินาทีที่เอาเสาหลักลงเป็นเวลาเกิด เป็นแผนที่ชีวิต ที่เหลือเป็นลีลาชีวิต คนเราเหมือนดวงเมือง มีเวลาเกิด มีดวงชะตาดวงเดียว พร้อมระบุว่าอย่าเชื่อโหรที่บอกกลับดวงเปลี่ยนดวง แต่นั่นคือส่วนลีลาชีวิตแม้กระทั่งการคำนวณเวลาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยุบสภา ตนเองยังคำนวณพลาดไป5วัน 
"อยากให้คิดเป็นวิทยาศาสตร์ อย่าคิดว่าให้กระทำพิธี มันแก้ไม่ได้ ไม่มีใครหลุดพ้น" 
นอกจากดวงเมือง ดวงผู้นำประเทศต้องมีความหมายกับดวงเมืองไหม กรณีนี้ฟองสนานกล่าวว่าต้องดูลึก การดูดวงผู้นำจะดูช่วงชีวิตเท่านั้นไม่ดูว่ากาลกิณีกับดวงเมืองไหม จะดูดาวร้ายกับดวงเมืองมากกว่า แต่สำหรับคนที่จะแต่งงานกันถ้าลัคนาอยู่ตรงกันข้ามกัน คนหนึ่งราศีเมษแล้วอีกคนอยู่สิงห์ พวกนี้อยู่ถูกธาตุกัน แต่ถ้าเกิดลัคนาอยู่เมษอีกคนอยู่กรกฎจะอยู่ในลักษณะเจ้านายลูกน้อง

คุณฟองสนานยังระบุว่าโหรควรระมัดระวังควรเตือนล่วงหน้าแต่ไม่มีหน้าที่กระทืบโดยโหรห้าม 3 เรื่อง หนึ่งเรื่องเด็กไม่ทายจะทำให้ถูกปล่อยเกาะ สองผัวเมียอยู่ด้วยกันห้ามทำนาย สามเรื่องร้ายจะเป็นจะตายเตือนได้ทางอ้อมแต่อย่าบอกว่าตายแน่ 


ดวงปีหน้า

สำหรับดวงในปีหน้า คุณฟองสนานกล่าวว่า ดวงเมืองถึงเวลาที่ต้องก้าวข้ามสู่ยุคใหม่ที่ 13 ซึ่งกินระยะอีก 20 ปีโดยตอนนี้เริ่มเปลี่ยนแล้ว หลายคนที่ไม่เปลี่ยนทำท่าจะไม่รอด ดวงเมืองปีหน้าเป็นของจริงที่ต้องเปลี่ยน โหรมองหน้ากันปริบๆแล้วไม่ทำนาย มีบางช่วงที่ครูบอกว่าไม่ต้องทำนายเลยเพราะไม่ถูกหรอก เพราะดาววิปริต ต้องเลยสิงหาคมปี 2559 ไป 

"ประเด็นแรกคือ ต้องทำใจ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ปีใหม่เจอเรื่องครบรอบการมาของมฤติยูทับลัคนาดวงเมืองเป็นรอบที่ 3 อยู่ที่นี่ 7 ปี รอบแรกการขึ้นครองราชย์ของร.4 นำไปสู่ความรุ่งเรือง ร.4ถ่ายรูปเป็นพระองค์แรก จ้างทหารต่างประเทศในราชสำนัก รอบที่สองเกือบ 2475 เปลี่ยนแปลงการปกครอง ครั้งนี้เริ่มมีนาคมถึงเมษายน ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนใหญ่ ทั้งสถาบันการเมือง เศรษฐกิจและบุคคล อีก 7 ปีมองกลับมาจะไม่เหมือนเดิม"

ประเด็นที่ 2 คือครบรอบ 18 ปีของต้มยำกุ้ง วิกฤติเศรษฐกิจ พระราหูกลับมาที่กันย์ ตั้งแต่คริสต์มาสเป็นต้นไปมีความพลิกผันทางเศรษฐกิจ ไม่รู้จะรับมืออยู่หรือไม่ และให้ระวังเรื่องเงินตรา ใช้ช่วงเวลาปีหน้าซื้อหุ้นที่น่าจะถูกลง แต่เรื่องวิกฤติเศรษฐกิจเริ่มต้นปี อาจทุกข์ไปถึงเมษายน 2560 ที่อาจดีขึ้น แต่ไม่ร้ายแรงถึง 2540

ประเด็นที่ 3 คือตั้งแต่พ.ย. 57 มาครบรอบ 30 ปีพระเสาร์ (มุสลิม) เข้าราศีพิจิก พ.ย.ปีที่แล้วคือช่วงที่คล้ายกับช่วงทำอีสเทิร์นซีบอร์ด ถ้ารอบนี้รัฐบาลต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้จะเป็นพื้นฐานให้ใช้อีก 20 ปี คนทำต้องเอาตัวให้รอด ตอนนี้พฤหัสเข้ามรณะ แต่น่าจะรอดไปได้

สิ่งที่จะเกิดคือระหว่างนี้ พระเสาร์อยู่ที่นี่ให้ระวังเรื่องภัยแล้ง เป็นปัญหาปวดหัว แต่เมื่อผ่านพ้นไปได้ เดือนมีนาคม 2560 จะนำไปสู่ยุคใหม่ มีแนวโน้มที่ดีคอยอยู่ ปี 63 มีอะไรดีอยู่แต่ต้องก้าวข้ามปีใหม่นี้ให้ได้ 

สำหรับเรื่องตัวบุคคลสำคัญ ให้พ้นปีหน้าจะเป็นปีที่ดีของการเซ็นสัญญาสงบศึก อย่างภาคใต้หรือการนิรโทษกรรม เป็นช่วงที่ดีของการทำอะไรใหญ่ให้ประเทศ ปีหน้าเป็นปีไม่ดีแต่มีดีๆแฝงไว้ 

ขณะที่เรื่องศาสนา การแต่งตั้งบุคคลสำคัญจะเป็นเรื่องช็อคที่อาจทำให้ดีใจเรื่องศาสนาจะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน เพราะพฤหัสคือพระสงฆ์ จะสวนกับพระราหู ถึง3 รอบ รอบแรกคาดว่าเกี่ยวกับพระสงฆ์จะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นหลัง 30 ธ.ค. 2558 หรือไม่ก็เป็นเรื่องเศรษฐกิจหรือรัฐธรรมนูญ แต่คาดว่าจะเป็นเรื่องพระ หลังจากนั้น ถ้าเป็นเรื่องพระจะมีการทบทวนบัญญัติหลังวันที่ 30 ไปแล้วพฤหัสถอยหลังเข้าราศีสิงห์ หลังจากนั้นมีรอบที่ 2 อีก การสวนกันรอบที่ 2 ของพฤหัสกับราหู มีเรื่องวงการในช่วง 21 ก.พ. 2559 ต้องทบทวนต่อ หลังจากนั้น 17 มิ.ย. 59 จะสวนกันอีกรอบและเริ่มเข้มแข็ง 

ฝ่ายธรรมะสู้กับอธรรมเลือดสาด รอบแรกอธรรมทำท่าจะชนะ ฝ่ายธรรมะทบทวนหนักหลัง 21 ก.พ. รอบสองอธรรมอ่อนแอ 17 มิ.ย.จะได้ตัวจริง

ถ้าถามเรื่องเลือกตั้งหรือประชามติ จะเห็นแววตั้งแต่ประมาณ 7 ส.ค. 2559เป็นต้นไป แต่เคยคำนวณว่า 1 ปีคงพลิกน่าดู ถ้าเลือกตั้งหลัง 7 ส.ค. รัฐบาลกับสภาอ่อนแอ พฤหัสสวนกับราหู ฝ่ายธรรมะซัดกับอธรรม พร้อมเตือนว่าธุรกิจทีวีระวังจะเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจ  

นอกจากนี้ คุณฟองสนานยังระบุว่าจะมีพายุใหญ่เข้าในช่วงวันที่ 3 ก.ย. 2559

ขอขอบคุณ : มติชนออนไลน์

ความคิดเห็น