สลด คุณยายเชื่อหมอดูทักดวงกินลูก หนีไปใช้ชีวิตลำพัง จนล้มป่วย


แม่เฒ่าวัย 83 ถูกหมอดูทัก ดวงกินลูก ยอมสละทางโลกทอดทิ้งลูก 6 คน ใช้ชีวิตลำพัง เก็บของเก่าประทังชีวิต จนล้มป่วยขาเดินไม่ได้ ให้คนนำมาทิ้งริมป่า ขอใช้ร่มเงาใต้ผ้าใบเก่าๆ ผจญชะตากรรมจนลมหายใจสุดท้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านในหมู่บ้านนาวีทอง 1 ซ.บ่อนไก่ หมู่ 6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แจ้งให้มาตรวจสอบหญิงชราขาพิการ ใช้ชีวิตเพียงลำพังในเพิงเล็กๆ ในป่าหญ้ารกร้างท้ายหมู่บ้าน เป็นภาพที่อเนจอนาถ หวั่นเกรงจะได้รับอันตรายจากสัตว์ร้าย และความหนาวที่กำลังเยือกเย็นอยู่ในขณะนี้
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบหญิงชรามีชื่อว่า นางบุญมี อุดมสุข หรือยายเหี่ยว อายุ 84 ปี พื้นเพเป็นชาวปากคลองสาน กรุงเทพมหานคร ล้มป่วยด้วยโรคเกาต์ที่หัวเข่าทำให้ปวดจนเดินไม่ได้ ต้องใช้ก้นในการเคลื่อนย้ายตัวเอง ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ร่มเงาของผ้าใบเก่าๆ ข้างกายรายล้อมไปด้วยสิ่งของเหลือใช้จำนวนมาก และมีพื้นที่ไว้นอนเฉพาะตัวเท่านั้น ประกอบกับ มียุงลายเป็นจำนวนมาก
นางบุญมีเปิดเผยว่า มีบุตรรวม 7 คน ได้ย้ายมาอยู่กับลูกชายที่รับราชการอยู่ที่สัตหีบตั้งแต่ปี 2539 โดยช่วยลูกๆ ด้วยการเก็บของเก่าขาย กระทั่ง มีหมอดูทำนายทายทักว่าดวงกินลูก หากใช้ชีวิตร่วมกันจะทำให้ลูกๆ ล้มหายตายจาก จากนั้น จึงตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตลำพังนานนับ 10 ปี เป็นแม่บ้านอยู่กับคุณหมอใจดีท่านหนึ่ง เมื่อเห็นว่าสังขารเริ่มชรามีโรครุมเร้าจนถึงขั้นเดินไม่ได้ จึงขอลาออก มาเป็นลูกศิษย์ ช่วยอยู่ในสำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะถูกชาวบ้านมองเป็นที่น่ารังเกียจเนื้อตัวเหม็น
กระทั่งได้ขอความช่วยเหลือให้คนนำตนมาทิ้ง และสร้างเพิงพักเล็กๆ เป็นที่หลับนอนมาได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ชาวบ้านที่พบเห็นต่างพากันเวทนา นำอาหาร และน้ำ มาให้ดื่มกินประทังชีวิต ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาลูกๆ ได้เวียนมาอ้อนวอนให้กลับบ้าน แต่ตนยังจำคำทำนายหมอดูได้ขึ้นใจ และขอใช้ชีวิตคนเดียวไปจนตาย
ด้านนางบุญภา ชื่นชม อายุ 51 ปี  เปิดเผยว่า ยายเหี่ยวเดิมเป็นคนมีฐานะดี ลูกๆ ทุกคนล้วนทำงานดีมีฐานะ แต่หลังจากมีหมอดูทายทักว่า ดวงกินลูก ชีวิตก็พลิกผันจากนั้นเป็นต้นมานานนับ 10 ปี ทำให้ชาวบ้านและผู้พบเห็นต่างพากันต่อว่า และมองในภาพลบ ถึงตัวบุตรที่ไม่ยอมเลี้ยงดู ซึ่งแท้จริงลูกทุกคนรัก และอยากเอาแม่กลับไปอยู่ด้วย แต่ไม่อาจต้านทานความดื้อรั้นได้ จึงทำได้เพียงเวียนมาสอดส่องดูแล และฝากเพื่อนบ้าน ช่วยคอยเป็นหูเป็นตาเท่านั้น
ขอขอบคุณ : มติชนออนไลน์

ความคิดเห็น