บุศรินทร์ เปิดดวงเมือง หลังเมษาฯร้อนระอุ


ร้อนไม่แพ้อากาศ ก็ประเด็นรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่เดี๋ยวจะมีประชามติมาให้ได้เลือกกัน เห็นได้ชัดว่าฝั่งรัฐบาลเองก็กังวลไม่ใช่ย่อย เพราะร่างฯ สมัยบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ถูกตีตกไปแล้ว ต่อมาร่างฉบับ มีชัย ฤชุพันธุ์ ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก
ร้อนต่อมาที่ปฏิเสธไม่ได้คือสภาพเศรษฐกิจ ชาวบ้านไม่กล้าออกมาจับจ่ายใช้สอยเพราะเงินในกระเป๋าน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด พ่อค้าแม่ค้าเองหลายแห่งเก็บแผง ถอดใจไปทำมาหากินอย่างอื่นที่ไม่รู้ว่าจะรอดหรือรุ่ง
ยังไม่นับว่าต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศแถบตะวันตกก็มีท่าที กับสถานการณ์พิเศษที่เกิดขึ้น
ในทางโหราศาสตร์ บุศรินทร์ ปัทมาคม โหรดังให้ความเห็นไว้ว่า พ้นจากนี้สถานการณ์บ้านเมืองหลังเดือนเมษายนนั้นยังน่าเป็นห่วงต่อไปอีก โดยหลังจากวันที่ 7 สิงหาคม- 6 กันยายน 2560 ดวงเมืองจะตก ชนิดที่ว่าถ้าเปรียบเป็นดวงคนทั่วไปแล้วก็ล้มลุกคลุกคลานไม่ใช่น้อยๆ และอาจบอบช้ำมากยิ่งกว่าในปัจจุบัน
ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมไปนี่น่าเป็นห่วง แล้วประจวบเหมาะที่เป็นวันที่จะประกาศรับประชามติ ซึ่งพอดีว่าเป็นวันที่ดาวพฤหัสย้าย และดาวพฤหัสนี้เป็นดาวชี้สำคัญถึงชะตาบ้านเมือง เพราะตอนนี้ดาวเสาร์กับดาวอังคารตกไปแล้ว”
นั่นคือเรื่องน่าเป็นห่วงของโหรชื่อดัง
“แล้วดาวพฤหัสนี่เดินย้อนกลับไปราศีสิงห์อยู่ระยะหนึ่งตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อถึงวันที่ 7 สิงหาคม ก็ชะตาตกเต็มรูปเลย”
“อันที่จริง ดวงดาวเดินย้อนไปๆ มาๆ อยู่แล้ว พอดีว่าการเคลื่อนย้ายของดวงดาวครั้งนี้ไปตกอยู่ในตำแหน่งที่เป็นอริต่อกันพอดี เป็นอริดวงเมือง ฉะนั้น วันที่ 7 สิงหาคม จึงสำคัญมาก เป็นวันชี้เป็นตายลงไปในลักษณะบ้านเมืองดวงตก”
โหรบุศรินทร์อธิบายเพิ่มเติมว่า ระหว่างวันที่ 18 กันยายน-15 ตุลาคม 2559 และระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน-16 ธันวาคม 2559 ซึ่งดาวพฤหัสอันเป็นดาวพระเคราะห์หลักในดวงเดินไปอยู่ในเรือนชะตาที่ดี แต่กลับโคจรย้อนไปอยู่ในเรือนอริ ขณะที่ดาวเสาร์ซึ่งเป็นดาวพระเคราะห์หลักอีกดวง ก็โคจรอยู่ในเรือนมรณะอยู่แล้ว และดาวพฤหัสโคจรย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนอริอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 7 สิงหาคม-6 กันยายน 2560
“ขณะที่ดาวเสาร์โคจรอยู่ในเรือนมรณะตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2560 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดวงเมืองจะตก และระส่ำระสายรุนแรงมากขึ้น”
สิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าคือ ดาวอังคารยังโคจรวิปริตในราศีพิจิกคือโคจรพัตรหรือเดินหน้าถอยหลังอยู่ในเรือนมรณะ พร้อมดาวเสาร์เพิ่มขึ้นอีกดวงหนึ่ง เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าดวงเมืองมีแนวโน้มว่าดวงชะตาจะตกลงไปอย่างรุนแรงและเสียหายมากยิ่งขึ้น ดวงเมืองในระยะนี้จึงมีโอกาสอ่อนแอและพลาดพลั้งได้ และมีโอกาสที่จะเกิดเหตุร้าย
หากยังไม่ลืมกัน นึกย้อนไปเมื่อครั้งดาวพฤหัสโคจรเข้าไปในเรือนอริ ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม-9 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา สังคมไทยก็สูญเสียพระสำคัญไปแล้ว 2 รูป นั่นคือเจ้าคุณเสนาะ และหลวงพ่อจรัล พระดังเมืองสิงห์บุรี
“ส่วนเรื่องประชามติรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านนั้น ผมไม่ขอตอบเพราะไม่ต้องการชี้นำ และไม่มีทัศนคติจะเข้าไปยุ่ง” เป็นคำตอบของโหรบุศรินทร์ต่อคำถามถึงอนาคตรัฐธรรมนูญไทย “แต่เนื่องจากดวงเมืองตก มันต้องหาเรื่องให้ยุ่งหรือระส่ำระสายขึ้นจนได้ เพราะดาวพฤหัสและดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์หลักโคจรเข้าไปอยู่ในเรือนชะตาที่เสีย เรือนทุสถานภพ ได้แก่ เรือนอริและเรือนมรณะ”
“และทั้งสองดวงนี้ อ่านได้ว่าสังคมไทยจะขาดหลักยึดเหนี่ยวหรือไม่มั่นคง ไม่สงบเหมือนเดิมครับ”
“ฉะนั้นจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญในประชามตินี้ บ้านเมืองก็ระส่ำระสายอยู่อย่างแน่นอน เพราะเป็นจังหวะที่ดวงเมืองตกพอดี ถึงอย่างไรก็คงมีเรื่องจนได้ คงมีการเคลื่อนไหวรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงอย่างไรผมก็ขอเตือนให้ระวังเพราะมีโอกาสจะเลือดตกยางออก ให้ระวังเรื่องวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย”
แล้วสังคมไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป โหรดังกล่าวว่า “ต้องอยู่ในสภาพเหน็ดเหนื่อยหรือต้องอิดโรยมากขึ้น ผลจากความแห้งแล้งอดอยากจะผลักดันให้โจรผู้ร้ายชุกชุมยิ่งขึ้น และถึงอย่างไร ที่แน่นอนคือประเทศไทยนั้นไม่พ้นมีเรื่องให้อับอายประเทศต่างชาติอีก”
อันเนื่องมาจากดาวราหูวิบากกรรมเดิมยังอยู่ในเรือนชื่อเสียง หรือเรือนชะตาเกี่ยวกับเครดิตของดวงเมืองต่อไปจนถึงกลางปี 2560 ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูอีกเช่นกัน
ขอขอบคุณ : มติชนออนไลน์

ความคิดเห็น