อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา ลั่นผ่านfacebook หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา ไม่ใช่ลูกหลาน แค่นามสกุลเดียวกัน!

ข่าวจาก MGR Online - 20 เม.ย. 60 เปิดใจโหราจารย์ดัง “อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา” ย้ำชัด “หมอช้าง - ทศพร” ไม่ใช่ลูกหลาน ไม่ได้เป็นญาติ แค่ใช้นามสกุลเดียวกัน ถามกลับอมพะนำทำไม เอือมถูกภรรยาด่า ลูกสาวถูกเหน็บแนม แถมถูกโยงว่าตนตายแล้ว คาดเป็นเพราะผลประโยชน์จึงเก็บเงียบ แนะเป็นหมอดูด้วยกันก็ควรจะแยกชื่อ แฉ สืบมาแล้วไม่ใช่ญาติโดยสายเลือด แต่ยืมนามสกุลจากญาติจริงๆ ไปใช้


รายงานข่าวแจ้งว่า ศ.พ.ต.อ.ดร.อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา โหราจารย์ชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ต้องทำความเข้าใจอีกครั้งว่า หมอช้าง (นายทศพร ศรีตุลา) ไม่ใช่ลูก ไม่ใช่หลาน ของอาจารย์อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา แม้จะมีนามสกุลเดียวกันก็ตาม ไม่เคยสอนวิชาโหราจารย์ให้แต่อย่างใด โปรดทราบอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดเสีย ประชาชนคนสนใจการพยากรณ์ จะเข้าใจผิด เกิดความเสียหายอย่างแน่นอน” พร้อมกับให้เบอร์โทรศัพท์และไอดีไลน์

ผู้สื่อข่าว MGR Online สอบถามไปยัง พ.ต.อ.อรรถวิโรจน์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.อรรถวิโรจน์ กล่าวว่า นายทศพร หรือ หมอช้าง เป็นเพียงแค่นามสกุลเดียวกัน ไม่ใช่หลาน ที่ผ่านมา เคยคุยกันแต่ไม่เคยเป็นอาจารย์ และเมื่อเห็นว่านามสกุลเดียวกัน จึงเข้าไปทักทาย แต่เขาไปแอบอ้างเป็นลูกหลานซึ่งไม่ใช่ และไม่ใช่ลูกตนแน่นอน เพราะตนมีลูกสาวสามคน ส่วนหลานก็หมายถึงตามศักดิ์ ตนต้องเป็นน้องชายของพ่อเขา แต่ตามสายเลือดไม่ได้เป็น คนละสายเลือดกัน
       
“เขาเอาไปบอกว่าเป็นลูกเป็นหลาน ผมกลัวจะเข้าใจผิด ภรรยาหาว่าผมมีเมียน้อย คนก็เข้าใจผิด อีกอย่างคือเป็นหมอดูด้วยกัน คนเขาก็เข้าใจผิด คนก็โทร.เข้ามาหาบ่อยว่ามีลูกหลานเป็นหมอดูเก่ง อยู่บ้านเดียวกันหรือเปล่า ผมก็ได้แต่ตอบว่าไม่มี ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน อีกอย่าง เขาก็ไม่ออกมาแก้ข่าวว่าไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลาน คือ ควรจะบอกมาว่าไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลาน ถ้าบอกผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก จะได้ไม่ต้องมีปัญหากัน จะกลัวชาวบ้านรู้จักมานั่งอมพะนำทำไม แล้วช่วงที่เขาบอกว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว คนรู้จักผมก็นึกว่าเป็นผม แห่มางานศพเต็มไปหมดเลย เพราะเขานึกว่าเป็นผม พอไปก็พบว่าไม่ตายนิ พอมีข่าวว่าผมตายคนก็จะนึกว่าผมไม่ได้ดูหมอแล้ว ลูกค้าผมก็ไปหาหมอช้างหมด เพราะคิดว่าเป็นลูกหลาน มันเป็นกลอุบายหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบ แล้วเขาก็ไม่แก้ข่าวด้วย หรือว่าอีเวนต์เป็นคนสั่งสอนเขาว่าผมเลิกดูหมอแล้ว แล้วเคยบอกว่าจะต่อยอดวิชาผม ผมไม่เคยสอนหมอดูเขา คำพูดว่าต่อยอดที่ว่าหมายถึง รู้วิชาจากผมแล้วเหรอ แล้วเอาไปต่อยอด เขามารู้วิชาอะไรจากผมเพราะไม่เคยสอนอะไรเลยสาบานได้ มีแต่พ่อเขามาถามข้อมูลผมนิดๆ หน่อยๆ ซึ่งพ่อเขาก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไร” พ.ต.อ.อรรถวิโรจน์ กล่าว
       
พ.ต.อ.อรรถวิโรจน์ กล่าวว่า สมัยนี้การดูหมอมีโฆษณาเยอะแยะไปหมด ตนเคยบอกให้สื่อเขียนหลายครั้งว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่เป็นผล จึงชี้แจงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพราะแต่ละคนที่มาหาชอบถามว่า ลูกชายเป็นไงบ้าง ตนรำคาญ บ้างก็มีโทรมาถามว่าเบอร์ลูกชายเบอร์อะไร ซึ่งตนยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นญาติทางไหน เพียงแค่พอดีเป็นหมอดูด้วยกัน อาจจะเป็นการสวมรอยเขาจะจ้างงานตนก็คิดว่าไปเอาลูกของตนดีกว่า กลายเป็นผลประโยชน์ของเขา แถมยังมีการมาสาปแช่งว่าตนตายแล้ว ก็ไม่มาแก้ข่าว บอกว่าไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลาน ก็ไม่ออกมาแก้ข่าว
       
“คนเราถ้าเจตนารมณ์ดีก็ควรพูดไปแล้วว่าผม (นายทศพร) กับอาจารย์อรรถวิโรจน์ ไม่ใช่ลูกหลานกัน หรือว่าเป็นหลานสัญชาติไทยด้วยกัน ผมเคยบอกตั้งนานแล้วหลายปีแล้ว ผมก็ไม่ได้ว่า ถ้าใช้นามสกุลเดียวกับผมแล้วเอาไปทำอะไร แต่ควรแจ้งให้คนอื่นทราบว่า ไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลาน ตอนนี้ก็ถูกภรรยาด่า ลูกสาวก็ด่าว่าไปมีลูกที่ไหนอีก ลูกชายไปไหนก็มีคนพูดว่าลูกชายเก่งนะ แม้ว่าผมปฏิเสธตลอดว่าไม่ใช่ ผมอยากจะต่อว่าสื่อมวลชนด้วยว่าเป็นสื่อได้อย่างไร ทำไมสื่อสารอะไรไม่ชัดเจน ไม่มาถามเลยว่าไม่ใช่ลูกหลานเอาแต่จะลงข่าว พวกไทยรัฐ พวกสื่อทั้งหลาย เอาไปลงเอาไปอะไรเสียหาย บางอย่างมันดีก็แล้วไป แต่เรื่องแบบนี้มันเกี่ยวกับผลประโยชน์ด้วยนะ เพราะอยู่ในสายอาชีพเดียวกันในเชิงกลยุทธ์ หรือเชิงการค้าแล้วแบบนี้อันตราย และถ้ามันดูดวงแล้วทายดีมันก็ดีแต่ถ้ามันทายเสียก็มาด่าผม สมมติว่าไปดูกับหมอช้างมาว่ารวยทำไมไม่เห็นรวย แล้วมาด่ามาดักตีหัวผมทำอย่างไร ผมเลยตัดสินใจตัวใครตัวมันดีกว่า แต่ผมก็ไม่อยากไปแจ้งความเรื่องนี้” พ.ต.อ.อรรถวิโรจน์ กล่าว

พ.ต.อ.อรรถวิโรจน์ กล่าวว่า ช่วงที่ นายทศพร หรือหมอช้างเข้ามา ตนป่วย และไม่ได้ดูดวง จึงได้โอกาสขึ้นมาเริ่มมีชื่อเสียง อาจจะอยู่ที่พ่อแม่พี่น้องเขาสั่งสอน บอกว่าให้เฉยๆ ไว้ พอเริ่มได้เงินเหมือนว่าว ที่ขึ้นลม แล้วพอรวยก็เหมือนติดลมบน ซึ่งคนจะรู้หรือไม่ว่าเป็นญาติกันไหมก็ไม่สนใจอะไรแล้ว แต่ก็ยังเฉยไม่ยอมบอกใคร แต่ถ้าหากว่าเราจะเป็นหมอดูด้วยกัน ควรจะแยกชื่อไปไม่ควรมาอยู่ในนามเดียวกัน หมอดูอายุประมาณ 30 ปี ส่วนตนอายุ 72 ปี คงไม่ต้องพึ่งอะไรจากเขา เว็บไซต์ต่างๆ ก็เอามาลงผิดพลาด เช่น เรื่องที่ว่าตนตายแล้ว บางที่ก็เอารูปตนไปคู่กับหมอช้าง ทำไมต้องเอาไปคู่กันทั้งที่ไม่เกี่ยวกัน อีกอย่าง เขาก็เด็กรุ่นใหม่ น่าจะมีความรู้เรื่องออนไลน์มากกว่าตนอยู่แล้ว รวมถึงการตลาดเขาก็ดี มีบริษัทต่างๆ ช่วย ตนก็เป็นผู้ใหญ่ ไม่อยากมีปัญหาอะไร แต่พอนานไป มันเริ่มไปกันใหญ่
       
“มีการทำการจัดอันดับด้วยว่า เช่น อันดับ 1 คือ หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม อันดับ 2 คือ หมอลักษณ์ ฟันธง อันดับ 3 หมอช้าง อันดับ 4 หมอภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล อันดับ 5 ผม อันดับผมต่ำกว่ามันอีก กลับเอามาอ้างว่าเป็นพ่อมัน ไปตั้งได้ยังไง เจตนาไม่ดีแบบนี้ ผมศึกษามาตั้งนานแถมมีแต่งตำรา ส่วนเขาเป็นเด็กรุ่นใหม่จะใช่หรอ ผมต้องการให้รู้ทั่วประเทศ แรกๆ ผมแค่บอกเฉยๆ แต่หลังๆ เริ่มมีการเขียนหนังสือ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของเขาทั้งนั้น หรือเขาคิดจะบอกว่า อาจารย์อรรถวิโรจน์ ไม่ขายแล้ว แล้วมาเขียนแทน เลยขายดีเพราะเป็นลูกเป็นหลานผม ซึ่งผมเองก็พูดทุกรายการที่ได้ออก แต่ผมก็พูดอะไรแรงไปไม่ได้เดี๋ยวโดนข้อหาหมิ่นประมาทอีก ส่วนตัวเขาคงจะรู้ตัวเองดีอยู่แล้ว แต่พอใครถามกลับนิ่งไม่ยอมตอบ ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาหลายปีแล้ว” พ.ต.อ.อรรถวิโรจน์ กล่าว
       
พ.ต.อ.อรรถวิโรจน์ กล่าวว่า ตอนแรกคนรู้จัก ก็บอกว่าให้ปล่อยไป แต่พอปล่อยก็เริ่มไปกันใหญ่ ตนจึงต้องไปบอกทางบริษัทเขา ว่า ผมไม่รู้จัก หมอช้างไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลานผม ถ้าเขาออกมาพูดก็แค่ ไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลานของอจารย์อรรถวิโรจน์ หรือบอกไปว่าเป็นญาติห่างๆ แบบนี้ก็ไม่ได้จะว่าอะไร แต่ไม่ยอมพูด บอกว่าเป็นหลานตลอด และไม่เคยสอนเรื่องโหราศาสตร์เลยด้วย และไม่เคยมีการคุยกันเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับกรณีนี้ แค่รู้จักในสถานะนามสกุลเดียวกัน พ่อเขายังเรียกผมว่า คุณอรรถวิโรจน์ ไม่เคยเรียกตนว่าน้องเลย ตามฐานะเขาอาจจะเรียกตนว่าคุณอา เพราะตนอายุน้อยกว่าพ่อเขา สื่อส่วนมากชอบเอาเรื่องเขามาเกี่ยวกับตน ควรจะแยกกัน เดี๋ยวเขาจะหาว่าตนไปพึ่งบารมีเขา ตนเคยสืบมาแล้วด้วยว่า เขาไม่ใช่ญาติ แต่ฝั่งนั้นมายืมนามสกุลจากญาติจริงๆ ของตนมาใช้
       
สำหรับ ศ.พ.ต.อ.ดร.อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา เกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2488 ที่จังหวัดพิจิตร ปัจจุบันอายุ 72 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต และปริญญาเอก รัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเซีย ศึกษาวิชาโหราศาสตร์และลายมือตั้งแต่อายุ 4 ขวบ จากบิดา ทำนายดวงชะตามากว่า 50 ปี เคยรับราชการตำรวจ จากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล รวมทั้งเคยแสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง

สำหรับผลงานการทำนายดวงชะตาที่มีชื่อเสียง อาทิ ถูกขนานนามว่าโหรคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.), ทำนายว่า “ปุ๋ย - ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก” เป็นนางงามจักรวาล, ทำนาย “ไทเกอร์ วูดส์” ได้เป็นนักกอล์ฟมือ 1 ของโลกมาตั้งแต่ยังเด็ก และทำนายดวงบุคคลสำคัญและดวงบ้านดวงเมืองมาตลอด โดยเฉพาะเคยทำนายว่า นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จะถูกยึดอำนาจจากคณะปฏิรูปเมื่อเดือนกันยายน 2549 จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นต้น

ขอขอบคุณข่าวจาก : ผู้จักการออนไลน์

ความคิดเห็น